Page 36 - นาวิกศาสตร์ ธันวาคม ๒๕๖๑
P. 36
ี
ั
วันที่ ๒๑ กรกฎำคม พ.ศ. ๒๔๖๐ เวลำ ๑๙.๐๐ น. คร้งน้ ต่อมำนำยทหำรเรือท่ำนนี้ได้ผ่ำนกำรทดสอบ
ั
นำยทหำรเรือและนักเรียนท�ำกำรนำยเรือรวม ๓๗ นำย และได้รับกำรคัดเลือกจำกกองทัพฝร่งเศสให้เป็น
ื
ท่ได้รับหนังสือรำชกำรลับให้แต่งเคร่องแบบสนำมขัด ศิษย์กำรบิน และสำมำรถสอบผ่ำนหลักสูตรกำรบิน
ี
ี
้
ื
ี
่
�
ื
ี
ั
ุ
้
้
้
กระบและนำปนพก (ถำม) มำดวย ไดมำรอพรอมประชม เคร่องบินขับไล่ท่ขณะน้นเรียกว่ำหลักสูตร
ึ
ท่ห้องประชุม “รำชนำวิกะสภำ” กำรประชุมเร่มข้น กำรบินผำดโผน สอบผ่ำนหลักสูตรกำรยิงปืนกลในอำกำศ
ี
ิ
หลังจำกปิดห้ำมมิให้ผู้ใดเข้ำแล้วปิดประตูหน้ำต่ำงห้อง ตลอดจนสอบผ่ำนหลักสูตรกำรบินทะเลและสอบผ่ำน
เริ่มประชุมเวลำ ๒๑.๐๐ น. นำยนำวำตรีหลวงหำญสมุท หลักสูตรนักบินเคร่องบินทะเลของกองทัพฝร่งเศส
ั
ื
ุ
ึ
้
ี
ุ
ี
ิ
(บญม พันธมนำวน) ขนกล่ำวชแจงให้ทรำบว่ำ นับเป็นนักบินทหำรเรือคนแรกของรำชนำวีไทย
้
ี
ั
ื
ี
ผู้ท่มำประชุมท้งหมดจะต้องน�ำก�ำลังทหำรเรือ เม่อนำยทหำรเรือท่ำนน้เดินทำงกลับ กระทรวง
ี
ั
ี
ั
่
จำกมณฑลทหำรเรือท่ ๒ จำกจังหวัดสมุทรสงครำม ทหำรเรือมค�ำสงให้ย้ำยไปสงกัดทำงกระทรวงกลำโหม
ั
จงหวัดสมทรสำคร พระประแดง จงหวดสมทรปรำกำร ได้ปฏิบัติรำชกำรร่วมสร้ำงรำกฐำนกำรบินทหำรบก
ุ
ั
ุ
ั
ี
บำงพระ จังหวัดชลบุรี บ้ำนเพ จังหวัดระยอง และจันทบุร ี ท่พัฒนำต่อมำเป็นกรมอำกำศยำน จึงนับได้ว่ำท่ำน
ี
ี
และจำกมณฑลทหำรเรือท่ ๑ จ�ำนวนรวม ๓๖๗ นำย เป็นผู้หน่งท่ได้ร่วมอุทิศก�ำลังกำยและสติปัญญำร่วมสร้ำง
ึ
ี
ึ
ี
ซ่งชุมนุมพลรออยู่ท่ท่ำรำชวรดิษฐ์ ไปปฏิบัติกำรจับกุม ก�ำลังทำงอำกำศท่ก�ำเนิดเป็นกองทัพอำกำศในเวลำต่อมำ
ั
้
ิ
�
�
และยึดเรอสนค้ำเยอรมน ๒๕ ลำ ในแม่นำเจ้ำพระยำ และที่ส�ำคัญย่งคือท่ำนเป็นนักบินทหำรเรือ
ิ
ื
ู่
ซ่งทอดสมออยตรงช่วงหวโค้งบำงคอแหลม ในอีกไม่ก่ช่วโมง บุคคลแรก ท่ได้รับเกียรติเป็นผู้ถ่ำยทอดประสบกำรณ์
ึ
ี
ั
ี
ั
ี
ื
ต่อจำกน้ เน่องจำก พระบำทสมเด็จพระมงกุฎเกล้ำ ทำงกำรบินและกำรบินทะเลให้แก่ทหำรเรือโดยได้รับ
เจ้ำอยู่หัว จะทรงประกำศสงครำมกับประเทศเยอรมน ี กำรเชิญมำแสดงปำฐกถำ ณ ห้องประชุมรำชนำวิกสภำ
ออสเตรีย - ฮังกำรี ในระยะ พ.ศ. ๒๔๖๔ อันเป็นช่วงเวลำที่ นำยพลเรือเอก
เหตุจำกรำชกำรลับในกำรประกำศเข้ำร่วม พระเจ้ำบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด ิ ์
ิ
ึ
ี
สงครำมโลกคร้งท่ ๑ ของประเทศสยำมซ่งเร่มปฏิบัต ิ ทรงอ�ำนวยกำรรำชนำวิกสภำขณะด�ำรงต�ำแหน่ง
ั
กำรทันทีท่ห้องประชุม “รำชนำวิกะสภำ” เม่อม ี เสนำธิกำรทหำรเรือ และเวลำต่อมำพระองค์ทรงริเร่ม
ื
ี
ิ
พระบรมรำชโองกำรประกำศสงครำมเม่อกว่ำร้อยปี ก่อต้งกองบินทะเลของทหำรเรือข้นโดยกำรน�ำเร่อง
ั
ึ
ื
ื
ั
ึ
ุ
ั
ั
ุ
แล้วซ่งก็คือ ห้องประชุมช้น ๒ ของอำคำร ขออนมติและได้รบอนมติจำกท่ประชุมสภำบญชำกำร
ี
ั
ั
“รำชนำวิกสภำ” ปัจจุบันได้ก่อให้เกิดผลต่อพัฒนำกำร ทหำรเรือ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๔
ทำงทหำรเรือที่ไม่ค่อยมีผู้ใดกล่ำวให้ทรำบทั่วกัน นั่นคือ แต่เรองรำวปฐมเหตุแห่งกำรบินของทหำรเรือ
ื
่
ี
ี
เร่องท่มำของแนวควำมคิดในกำรก่อก�ำเนิดกองบิน เช่นท่กล่ำวน้ไม่เป็นท่ทรำบแพร่หลำย จนกระท่งมีผู้สังเกต
ั
ี
ื
ี
ของทหำรเรือและเร่องกำรจัดหำเรือด�ำน้ำ ซ่งล้วน และต้งข้อสงสัยจำกภำพถ่ำยกิจกำรกำรบินทำงทหำรอำกำศ
ึ
�
ื
ั
ื
แต่เป็นเร่องนวัตกรรมใหม่ในสมัยสงครำมโลก ว่ำเหตุไฉนจึงมีนำยทหำรท่ำนหน่งสวมหมวกทหำรเรือ
ึ
ี
ั
ั
ื
คร้งท่ ๑ เน่องจำกผลจำกกำรปฏิบัติกำรในวันน้น แต่สวมเคร่องแบบทหำรบก โดยมีภำพถ่ำยบำงภำพ
ื
ี
ื
ท�ำให้มีกำรส่งทหำรอำสำไปรบในทวีปยุโรปท่ม ี ระบุช่อ - สกุล บำงภำพมีค�ำ “ร.น.” ต่อท้ำยช่อสกุล
ื
ั
นำยทหำรเรือสมัครไปเป็นนักบินในสงครำมคร้งน ี ้ ยืนยันว่ำท่ำนเป็นทหำรเรือ จำกกำรตรวจสอบสืบหำเร่องรำว
ื
ด้วย โดยกระทรวงทหำรเรืออนุมัติให้นำยทหำรเรือ ของท่ำนนอกจำกจะได้ทรำบประวัติกำรท�ำงำนของท่ำนแล้ว
ช้นสัญญำบัตรเพียงท่ำนเดียวไปร่วมรบในสงครำม ยังท�ำให้ทรำบอีกว่ำเร่องรำวของท่ำนนับเป็นรอยต่อ
ื
ั
ที่ส�ำคัญอีกเรื่องหนึ่งในประวัติกำรทหำรเรือไทย
34 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๑ เล่มที่ ๑๒ ประจำ�ดือน ธันว�คม ๒๕๖๑
���������.indd 34 12/20/2561 BE 10:59 AM

