Page 162 - บิสมาร์ค (Bismark) ชะตากรรม...ตำนาน
P. 162
่
ิ
ั
องคยุทธวธีเปนเรองรอง) เพราะตอให “องควตถุยอดดี
ื
องคยุทธวธียอดเยียม” แตถา “องคบคคล” ไมถึงเกณฑแลว
ิ
ุ
่
ื
ั
็
ผลโดยรวมกอาจจะไมถึงระดบ “มออาชพ” ก็ได เพราะ
ี
ู
วา “คน” เทานันทีจะเปนผนําเอาปจจัยประกอบทังสอง
้
่
้
ี
่
่
ิ
ื
ิ
ั
ั
ั
ิ
์
ประการทเหลอ ไปใชปฏบตใหสมฤทธผลนนเอง
ั
ุ
ึ
ุ
ื
อนง บรรพบรษทหารเรอไทย ก็ไดตระหนกถึงความ
่
ั
สาคญในประเดนขางตนนีมาเนนนานแลว ดง “วลธรรม
ํ
้
ี
ั
ิ
่
็
ํ
คาคม” ททานไดฝากไวเตอนสติลูกเหลนหลานทหารเรือ
ี
่
ื
ในยุคตอมาวา “เหล็กในคน สําคัญกวา เหล็กในเรือ”
ั
ั
ํ
้
่
ื
ั
อนตองการสอความหมาย รวมทงเนนยําถึงความสาคญ
้
่
ุ
ี
ของ “องคบคคล” เปนอนดับแรก ทจะตองมกระบวนการ
ั
ี
้
ั
้
ํ
ุ
ุ
ั
ิ
ํ
ั
ิ
“SAIL” หนงในรปแบบของคาขวัญเพือกาหนดคณสมบต และ “สราง และ หลอหลอม” คณสมบตพืนฐานทงสามประการ
่
ู
่
ึ
สรางแรงจงใจในการเปน “ทหารเรือมออาชีพ” ของการเปน “มออาชพ” อนไดแก “ความรู ทักษะ และ
ื
ู
ั
ี
ื
้
ํ
่
คาวา “อาชีพ” นัน โดยรากศัพทนาจะหมายความ ประสบการณ” ตามหวงเวลาทีเหมาะสม
่
ื
่
ื
ี
วา “งาน” หรอ “หนาทการงาน” สวนเมอเตมคาพยางค เพือการน กองทพเรือของเรากมสถาบนหลกทรบ
ํ
ิ
ี
้
ั
ี
่
ั
ั
ั
ี
่
็
หนาวา “มืออาชีพ” ก็จะเปรียบเสมือนการยกระดับ ผดชอบในการ “ผลต” เมลดพันธุใหมในระดบ รากแกว
็
ั
ิ
ิ
ํ
้
่
ี
ั
ศกยภาพของผูนันวา สามารถทางานในหนาทของตนให รากแขนง และรากฝอย (คอ โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนชุมพลฯ
ื
ุ
ั
ู
ั
ลลวงสมบรณได โดยไมตองอาศย “ตวชวย” ใดๆ (ไมวา และศนยฝกทหารใหมตามลาดบ) เมือตนออนเหลานัน
้
ู
่
ํ
ั
ื
จะเปนตัวบคคลหรออปกรณ)หรอถาจะมก็ควรทจะอย ู เตบโตแขงแรงขน ก็มโรงเรยนตาง ๆ ในสถาบนวิชาการ
ี
ื
ุ
ี
ุ
่
ั
ิ
ี
็
ี
้
ึ
ในลกษณะชวย “ผอนแรง” เทานัน ไมใชชวยผอน “สต – ทหารเรอชนสง (เดม) เชน โรงเรยนนายทหารชันตน
ั
้
ิ
้
ู
ี
ั
ื
ิ
้
่
ปญญา” (เพราะในทีสุดเรากอาจจะเปน “ทาส” เครืองชวย โรงเรยนเสนาธิการทหารเรอ โรงเรยนนายทหารอาวุโส และ
่
็
ี
ื
ี
เหลานันได)
้
ิ
ั
ั
วทยาลยการทพเรือ รบชวงตอในการเสรมสรางตนออน
ั
ิ
ื
ั
ื
่
ี
ยกตัวอยางเชน “แมครวมออาชพ” ก็คอผทสามารถ เหลานัน ใหเตบโตมลําตนเปนโครงสรางทีมันคงแข็งแรง
ู
ี
้
่
่
ิ
ี
ี
ิ
ประยกตเอาวตถุดบทมอยูรอบตว มาปรงเปนอาหารจานโปรด
ี
ุ
่
ั
ุ
ั
้
ั
ั
ึ
ี
ํ
ู
่
ื
ื
ื
ี
ไดโดยไมตองเปดตารา หรอ “นักรองมออาชพ” ก็คอผทสามารถ ดงนนจงสามารถกลาวไดวา กระบวนการ “สรางคน”
ั
ู
้
่
้
ี
ควาไมคขนไปรองสดหนาเวทได โดยไมตองพงเนือรอง ในดาน “ปญญา-ความร” ของเราใหไดรบการวางรากฐาน
ึ
ึ
ั
ี
ู
่
จากเครองคาราโอเกะ (หรือแมกระทังวงดนตรีและหางเครือง) ไวอยางสมบรณดแลว และยงเปนการสรางโอกาสท ่ ี
่
่
ื
้
ี
ื
สวนคําวา “นักกอลฟมออาชพ” (โปรกอลฟ) นัน มีความหมาย เทาเทยมกันของแตละคน ในการกาวขึนเปน “ทหารเรอ
ี
ื
้
ิ
ื
ี
ั
้
ื
่
ิ
ํ
ี
ึ
ไกลตอไปถงวา สามารถทาหนาทเปนครฝกวงสวง ใหกับ มออาชพ” ในขนตอนแรก คอคุณสมบัตในดาน “ปญญา –
ู
ู
นักกอลฟมอใหมไดอกดวย ความร”
ื
ี
ั
ี
ั
ิ
้
ั
ื
สวนคุณสมบตพืนฐานอกสองขอหลง คอ ทกษะ
ี
้
่
ู
ี
ุ
้
ั
สาหรบคณสมบตพืนฐานของผทเปน “มออาชพ” นัน (ความเชยวชาญ) และประสบการณ (ความชาชอง) นัน
ิ
ื
ํ
ั
่
ี
้
ํ
่
ู
ี
ุ
ผเขียนนึกถึงวลได ๓ กลม ๖ พยางค คอ “ปญญา” (ความรู) เปนเรองทตองใชเวลาในการสรรคสราง จากหนาทการงาน
ื
่
ี
่
่
ื
ี
“ทักษะ” (ความเชียวชาญ) และ “ประสบการณ” (ความ ตามสาขาอาชพ หรอพรรค – เหลาของแตละบคคล ซึงก็
่
ุ
ี
ื
่
ั
ั
ั
ุ
ชําชอง) เปนองคประกอบหลกของศกยภาพหรือคณสมบต ิ อาจจะแตกตางกนไปบางตามโอกาสทเปดให ปจจยแหง
่
ั
่
ั
ี
ดงกลาว ถาขาดสงใดสงหนงกยังไมอาจถอไดวาเปน ความสาเรจจงขนอยูกับความมงมนของแตละบคคล ใน
ื
ิ
่
ั
่
ึ
ิ
็
่
ุ
่
ึ
็
ั
ึ
้
ุ
ํ
ู
ํ
ื
ิ
ี
้
“มออาชพ” โดยสมบรณได ในบรบทของการทหาร คานีจะ การพยายามขวนขวายเพือพฒนาตนเอง เปนสาคญ
่
ั
ํ
ั
ั
่
ี
มงเนนไปทคณสมบตของ “องคบคคล” เปนหลก (องควตถุ และ
ุ
ุ
ิ
ั
ั
ุ
160 ไททานก (TITANIC) & บิสมารค (BISMARCK)
ิ

