Page 63 -
P. 63
ื
ี
ี
ท่ได้เข้ามาในอาณาจักร และอาจล่วงเกินโดยไม่อาจ มาท่เรือของเรา เม่อเราได้รับสัญญาณแล้ว ก็จะต้องตอบ
ทราบได้ ส่วนเจ้าสมุทรก็ได้กล่าวถึงความรุ่งเรืองของ ชื่อเรือเป็น Call Sign ดังนี้ “DE (This is) H T M S
อาณาจักรตนว่าเป็นอย่างไรบ้าง และพระราชทาน (His Thai Majesty Ship) H S E D (H S คือ Call sign
้
�
�
อภัยโทษแก่ทุกคน ด้วยการให้ทุกคนทาการอาบนาชาระ เรือไทยหรืออำกำศยำนไทย และ E D คือ ชื่อเรือ)”
�
ล้างความผิดและความสกปรก ตัดผม โกนหนวดเครา แปลว่า “นี่คือ เรือหลวง....” ซึ่งการปฏิบัติเช่นนี้ผู้เขียน
ื
ื
จนเสร็จเรียบร้อย เจ้าสมุทร ภริยา และบริวารก็ลงจากเรือ เคยมีประสบการณ์เม่อคร้งอยู่เรือหลวงถลาง เม่อหมู่เรือ
ั
เป็นอันเสร็จพิธี สารวจและรวบรวมข้อมูลทางยุทธการของกองเรือ
�
ั
ี
ี
ท้งน้ นนร. ท่ผ่านพธีน้แล้ว ก็จะถือว่าเป็นชาวเรือ ทุ่นระเบิด กองเรือยุทธการ (มสร.กทบ.กร.) จะเดินทางไป
ี
ิ
ั
ื
ู
โดยสมบรณ์ หรอเป็น “ทหำรเรือช้นลำยครำม” มีการมอบ ฝั่งทะเลอันดามัน ในหมู่เรือประกอบด้วย เรือหลวงถลาง
ี
ี
ประกาศนียบัตรให้กับ นนร. ท่ร่วมพิธีน้ด้วย (ดูภาพท ่ ี (เรือธง) เรือหลวงบางระจัน และเรือหลวงหนองสาหร่าย
ี
ิ
ิ
ู
๒๖ พธข้ามเส้นอเควเตอร์ (เส้นศูนย์สตร) และ เดินทางถึงสิงคโปร์ แล้วเตรียมจะเข้าจอดที่ท่าเรือบรานี
ื
�
ประกาศนียบัตร) ในประกาศนียบัตรจะเห็นเจ้าสมุทร เม่อเรือไปถึงร่องนาในตอนเช้ามืด ได้สังเกตเห็นว่ามีเรือของ
้
ั
ยืนถืออาวุธเป็นสามง่ามอยู่ข้างกาย มีสัตว์ทะเลล้อมรอบ สงคโปรส่งสญญาณโคมไฟว่า “วบวาบ วบวาบ วบวาบ”
์
ิ
ั
ั
ั
มีนางเงือก และปลาโลมา เป็นต้น ผ้เขยนจงถามนายทหารสอสารว่าสญญาณอะไร?
่
ู
ี
ื
ั
ึ
ั
ิ
นายทหารส่อสารขณะน้นเพ่งจะสาเร็จการศึกษา และ
ื
�
�
ื
อาจยังไม่มีความชานาญเร่องโคมไฟมากนักจึงยังตอบ
ไม่ได้ (เหล็กยังไม่กล้าพอ) เขาถามมาว่าเราเป็นใคร จึงให้
ื
ั
ื
นายทหารส่อสารไปส่งการให้พนักงานส่อสารตีไฟตอบ
ี
ื
กลับไป เร่องน้จึงอยากจะให้เป็นบทเรียนว่า วิชาโคมไฟ
หรือธงสองมือ หรือวิชาธงประมวล หรือวิชาความรู้ต่าง ๆ
ั
ท่ได้เรียนได้ฝึกปฏิบัติ (ศาสตร์) เม่อคร้งอยู่ใน โรงเรียนจ่า
ื
ี
ิ
ั
ทหารเรือ และ รร.นร.น้น มีความสาคัญอย่างย่ง นักเรียน
�
ั
ทหารทุกคนต้องต้งใจเรยน และต้งใจฝึกให้เช่ยวชาญ หรือ
ั
ี
ี
ภาพที่ ๒๖ พิธีข้ามเส้นอิเควเตอร์ (เส้นศูนย์สูตร)
ื
็
ึ
ื
�
ั
้
�
และประกาศนียบัตร ชานาญจนถงขนเป็นมออาชีพ เพราะเม่อสาเรจการศึกษา
ออกมารับราชการแล้ว เราไม่ทราบแน่นอนว่าจะได้ใช้
ี
จนถึงเช้าวันศุกร์ท่ ๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๑ หมู่เรือฝึก เม่อใด ต้องมีความพร้อมท่จะใช้เสมอ เหมือนเหล็กท่ถูกต ี
ี
ื
ี
ั
่
้
�
่
่
ิ
ุ
ื
้
ั
ี
้
้
�
เดนทางถงปากรองนาใกล ๆ สถานนารองเมองสราบายา เปนดาบตองลบไวใหคมอยูเสมอ ดงเพลง “ดำบของชำต ิ
ึ
้
่
็
�
ึ
จนเวลา ๐๘๐๐ พนักงานนาร่องชาวอินโดนีเซียก็ข้น เล่มนี้ คือชีวิตเรำ ถึงจะคมอยู่ดีลับไว้....”
เรือหลวงสีชัง (ไม่ได้ขึ้นอีก ๒ ล�า) แล้วน�าเรือเข้าร่องน�้าที่ หลังจากเรือจอดเทียบท่ำเรือสุรำบำยำหรือท่ำเรือ
มีความยาวประมาณ ๓๐ กิโลเมตร ระหว่างการเดินเรือใน Tunjung Perak แล้ว (Tunjung ภาษาอินโดแปลว่า
�
ื
ร่องนาจะมองเห็นเรือประมงอินโดนีเซีย เรือสินค้าท่จอด แหลม ซ่งท้งอินโดนีเซียและมาเลเซีย นิยมนามาต้งเป็นช่อ
ั
ั
ึ
้
�
ี
้
�
ทอดสมอในแม่นา เรือรบ และเรือดานา (อินโดนีเซียมีเรือ ท่าเรือ เช่น Tujung Priok ท่กรุงจาการ์ตา และ Tunjung
�
�
้
ี
�
ดานามานานแล้ว) จอดอยู่ ในสมุดจดหมายเหตุบันทึกว่า Pelas อยู่ทางตอนใต้ของมาเลเซียติดกับสิงคโปร์ ห่างจาก
้
�
“ลืมไป เมื่อเข้าใกล้สถานีน�าร่องแล้ว สถานีน�าร่องจะส่ง กัวลาลัมเปอร์ประมาณ ๔๐ กิโลเมตร เป็นต้น) มีการ
สัญญาณโคมไฟ “วับวำบ (A) วับวำบ (A) วับวำบ (A)” ปล่อยให้ นนร. ได้ทัศนศึกษาภูมิประเทศตัวเมืองสุราบายา
นาวิกศาสตร์ 61
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕

