Page 16 - กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม
P. 16
16
สรุปผลการวิจัย
1. ผลการวิจัยพบว่า ชุดกิจกรรมฝึกทักษะ เรื่อง กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม กลุ่มสาระ
การเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น
มีประสิทธิภาพ 82.49/82.76 หมายความว่านักเรียนได้คะแนนจากการทำแบบฝึกทักษะ 5 ชุด คิดเป็น
ร้อยละ 82.49 และนักเรียนได้คะแนนจากการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน คิดเป็น
ร้อยละ 82.76
2. ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนที่เรียน โดยใช้ชุดกิจกรรมฝึกทักษะ เรื่อง กระบวนการออกแบบ
เชิงวิศวกรรม กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1
มีคะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
4. ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนที่เรียนด้วยชุดกิจกรรมฝึกทักษะ เรื่อง กระบวนการออกแบบเชิง
ึ
วิศวกรรม กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศกษาปีที่ 4 มีความ
พึงพอใจ อยู่ในระดับมาก
การอภิปรายผลการวิจัย
1. ผลการวิจัยพบว่า ชุดกิจกรรมฝึกทักษะ เรื่อง กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม กลุ่มสาระ
การเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น มี
ประสิทธิภาพ 82.49/82.76 หมายความว่านักเรียนได้คะแนนจากการทำแบบฝึกทักษะทั้ง 5 ชุด คิดเป็น
ร้อยละ 82.49 และนักเรียนได้คะแนนจากการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน คิดเป็น
ร้อยละ 82.76 นั้น คือ ชุดกิจกรรมฝึกทักษะ ที่สร้างขึ้นสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 นั่นแสดงว่า แบบฝึกทักษะที่
พฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพสูงยอมรับได้ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่สร้างไว้ การที่แบบฝึกทักษะ ที่ผู้วิจัยสร้าง
ั
ขึ้นมีประสิทธิภาพ 82.49/82.76 เนื่องมาจากแบบฝึกที่สร้างขึ้นนี้ ได้ผ่านกระบวนการขั้นตอนในการจัดทำ
อย่างมีระบบและวิธีการที่เหมาะสม ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ มยุรา เรืองศิลป์ (2549 : บทคัดย่อ) ได้
ศึกษา การพฒนาแบบฝึกการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้าน
ั
ดอนหญ้านาง ผลวิจัยพบว่า แบบฝึกการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
มีประสิทธิภาพ 83.75/80.20
2. ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนที่เรียน โดยชุดกิจกรรมฝึกทักษะ เรื่อง กระบวนการออกแบบเชิง
วิศวกรรม กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 มี
คะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 เนื่องมาจากนักเรียนได้ศึกษาหา
ความรู้ด้วยตนเองตามความสนใจ ได้วางแผนการศึกษาค้นคว้า ลงมือปฏิบัติกิจกรรมด้วยตนเอง ซึ่ง
ั
สอดคล้องกบการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองของ จิรมัย ศิริทัพ และคณะ (2545 : บทคัดย่อ) การพัฒนาแบบ
ฝึกทักษะวิทยาศาสตร์ เรื่อง แนวคิดเชิงตรรกะ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศกษาปีที่ 6 ผลการศึกษาพบว่า
ึ
นักเรียนที่เรียนด้วยแบบฝึกทกษะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เรื่อง แนวคิดเชิงตรรกะ มีผลการเรียนสูงกว่า
ั
ก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
3. ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนที่เรียนด้วยชุดกิจกรรมฝึกทักษะ เรื่อง กระบวนการออกแบบเชิง
วิศวกรรม กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 มีความ
ั
พงพอใจ อยู่ในระดับมากเป็นเพราะว่ากระบวนการสร้างและพฒนาแบบฝึกทักษะที่เป็นระบบ คือ ศึกษา
ึ
หลักสูตร ทฤษฎี การสร้างแบบฝึกทักษะที่ดีและมีงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ผ่านการประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญเพอ
ื่
ตรวจสอบความเหมาะสมเรื่องเวลาและสื่อที่ใช้ นำข้อบกพร่องมาปรับปรุงแก้ไขจนได้ แบบฝึกทักษะที่มี

