Page 26 - พระราชประวัติ รัชกาลที่ 5
P. 26
พ.ศ.2412 รัชกาลที่ 5 โปรดให้สร้างวัดราชบพธสถิตมหาสีมาราม ขึ้นเพอเป็นวัดประจ ารัชกาลของ
ิ
ื่
ิ
พระองค์ เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร วรวิหาร ความส าคัญของวัดราชบพธสถิตมหาสีมา
รามแห่งนี้คือเป็น วัดประจ ารัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 7 แห่งบรมราชจักรีวงศ์ ซึ่งถือว่าเป็นวัดแห่งเดียวของกรุง
ื่
รัตนโกสินทร์ ที่เป็นวัดประจ ารัชกาลของพระมหากษัตริย์ถึง 2 พระองค์ เหนืออนใด วัดแห่งนี้ยังเคยเป็นที่
ประทับของสมเด็จพระสังฆราช องค์พระประมุขแห่งคณะสงฆ์ไทย 2 พระองค์คือ พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรม
ู
หลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า(หม่อมเจ้าภุชงค์ ชมพนุท สิริวฑฺฒโน) และ สมเด็จพระอริยวง
ิ
ศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (วาสน์ วาสโน) วัดราชบพธฯนับเป็นพระอารามหลวงสุดท้าย ที่
พระมหากษัตริย์ทรงสร้างตามโบราณราชประเพณีที่มีการสร้างวัดประจ ารัชกาลเมื่อสร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ.
ุ
2413 ได้นิมนต์พระสงฆ์จากวัดโสมนัสวรวิหารมาจ าพรรษา พร้อมกับอญเชิญพระพทธนิรันตรายมา
ั
ุ
ประดิษฐานไว้ในพระอโบสถ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
พระราชทานนามว่า วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม หมายถึง วัดที่พระมหากษัตริย์ทรงสร้าง
ทรงบูรณะวัดเบญจมบพิตร
วัดเบญจมบพิตรขณะก่อสร้าง
วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2441 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชด าเนินมายังวัด
เบญจมบพิตร ในการนี้มีพระบรมราชโองการประกาศพระบรมราชูทิศถวายที่ดินให้เป็นเขตวิสุงคามสีมาของวัด
ื่
พร้อมทั้งพระราชทานนามวัดใหม่ว่า วัดเบญจมบพิตร อนหมายถึง วัดของพระเจ้าแผ่นดินรัชกาลที่ 5 และเพอ
ั
แสดงล าดับรัชกาลในมหาจักรีบรมราชวงศ์ ต่อมา พระองค์ได้ถวายที่ดินซึ่งพระองค์ขนานนามว่า ดุสิตวนาราม
ิ
ให้เป็นที่วิสุงคามสีมาเพิ่มเติมแก่วัดเบญจมบพิตร และโปรดฯ ให้เรียกนามรวมกันว่า วัดเบญจมบพตรดุสิตวนา
ุ
ิ
ราม ทรงปฏิสังขรณ์วัดเบญจมบพตร แล้วจ าลองพระพทธชินราชที่จังหวัดพษณุโลกมาประดิษฐานไว้ในวัดนี้
ิ
ทรงปฏิสังขรณ์วัดหลายวัด สร้างพระอารามหลายพระอาราม เช่น วัดราชบพตร วัดเทพศิรินทราวาส วัด
ิ
นิเวศน์ธรรมประวัติ (บางปะอิน) เป็นต้น ทั้งยังทรงเป็นองค์ศาสนูปถัมภกโดยแท้จริงในด้านพระพทธศาสนานั้น
ุ

