Page 30 - พระราชประวัติ รัชกาลที่ 5
P. 30
ประนีประนอมด้วยการอนุญาตให้สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง_บุนนาค) มีอานาจจัดเก็บภาษี
ฝิ่นต่อไปได้ตามเดิม
ั
ต่อมาเกิดปัญหาใหญ่ที่สุดที่ตามมาหลังความพยายามปฏิรูประยะแรก ซึ่งเรียกว่าวกฤตการณ์วงหน้า
ิ
กล่าวคือนอกจากเกือบจะเกิดการปะทะกันด้วยก าลังระหว่างฝ่ายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวกับ
ฝ่ายกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญแล้ว ยังน าไปสู่การดึงมหาอานาจอย่างองกฤษและฝรั่งเศสให้เข้ามา
ั
แทรกแซงปัญหาด้วย ขณะเดียวกัน ฝ่ายสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ ซึ่งไม่พอใจบทบาทของสภาที่
ตั้งขึ้นก็พยายามดึงดุลอานาจให้มาอยู่กับตนเองมากขึ้นด้วย หลังวิกฤตการณ์คลี่คลายลง พระบาทสมเด็จพระ
จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงต้องทรงด าเนินการปฏิรูปอย่างค่อยเป็นค่อยไป และบทบาทของสภาที่ปรึกษาราชการ
แผ่นดินก็ลดลง
พระองค์เจ้าปฤษฎางค์
ั
ั
พ.ศ. 2427 ทรงปรึกษากับพระองค์เจ้าปฤษฎางค์ อครราชทูตไทยประจ าองกฤษ ซึ่งพระองค์เจ้า
ปฤษฎางค์ พร้อมเจ้านายและข้าราชการ 11 นาย ได้กราบทูลเสนอให้เปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นแบบ
ราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ แต่พระองค์ทรงเห็นว่ายังไม่พร้อม แต่ก็โปรดให้ทรงศึกษารูปแบบการปกครอง
แบบประเทศตะวันตก และ พ.ศ. 2431 ทรงเริ่มทดลองแบ่งงานการปกครองออกเป็น 12 กรม (เทียบเท่า
กระทรวง)
พ.ศ. 2431 ทรงตั้ง "เสนาบดีสภา" หรือ "ลูกขุน ณ ศาลา" ขึ้นเป็นฝ่ายบริหาร ต่อมา ใน พ.ศ. 2435
ได้ตั้งองคมนตรีสภา เดิมเรียกสภาที่ปรึกษาในพระองค์ เพื่อวินิจฉัยและท างานให้ส าเร็จ และรัฐมนตรีสภา หรือ
"ลูกขุน ณ ศาลาหลวง" ขึ้นเพอปรึกษาราชการแผ่นดินที่เกี่ยวกับกฎหมาย นอกจากนี้ยังทรงจัดให้มี "การชุมนุม
ื่
เสนาบดี" อันเป็นการประชุมปรึกษาราชการที่มุขกระสัน พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

