Page 12 - ปกิณกะสาระ บุญส่ง - ปริยา นิลแก้ว
P. 12
๖ จิปาถะสาระ
่
็
็
่
ซึงถือว่าเปนสีทีมีความบริสุทธิ์ หากผสมน้อยสีขาวก็จกลายเปนสีเทา แต่หาก
้
ี
ุ
็
ผสมมากไปสีขาวก็จะกลายเปนสีด าไปในที่สุด เมือเปนเช่นนพวกมนษย์เหล่า
็
่
ั
น้นจึงดูหมิ่นผิวพรรณของกันและกัน การที่กายของพรหมหมดรัศมีไป รวมถึง
่
ความกล ้าแข็งของกายที่ค่อยมีมากขึ้นเรื่อยๆ ซึงเราสามารถเปรียบเทียบปรา-
ั
์
กฏการณเช่นนได ้กับวิธีการทางเคมีของนกวิทยาศาสตร์ โดยนาเอาธาตุองค์
้
ี
ประกอบหลายตัวไปผสมเข ้ากับธาตุหลักตัวใดตัวหนึ่งจนทาใ ้ธาตุน้นเกิดปฏิ
ั
ห
็
กิริยาการเปลี่ยนแปลงไปเปนธาตุตามที่เราต ้องการ เป ็นหลักพื้นฐานง่าย ๆ ใน
วิชาเคมี
ด
และโดยเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงที่เปนไปอย่างช ้ าๆไ ้กับการนา
็
้
็
นาเปล่าเข ้าไปแช่ในช่องแช่แขง(ฟรีส) นาที่เปนของเหลวในตอนแรกพอเย็น
็
้
็
มากเข ้าๆ ก็จะค่อยๆกลายเปนวุ ้น และพอถึงความเย็นระดับหนึ่งก็จะกลายเปน
็
้
ั
ก ้อนแข็งไปในที่สุด นาน้นมิได ้แข็งขึ้นในทันทีทันใด ร่างกายของพวกพรหม
ต
่
ั
ุ
็
ก่อนที่จะกลายเปนมนษย์ในยุคต ้นกัปก็จะเปลี่ยนแปลงไปเช่นน้น ซึงจะ ้อง
ี
ล
อาศัยระยะเวลาเป ็น ้านๆ ป
ร่างกายของมนุษย์ในยุคต ้นกัปน้น มีขนาดที่ใหญ่โต และแข็งแรงมาก
ั
ิ
ถ ้ายกตัวอย่างจากพระไตรปฎก ก็มีในคัมภีร์พทธวงศ์ทีกล่าวถึงพระพุทธเจ ้า
่
ุ
พระองค์ต่างๆ ที่มีพระชนมายุและขนาดของพระวรกายไม่เท่ากัน บางพระองค์
มีพระวรกายสูงถึง ๖๐ ศอก ถ ้าจะยกตัวอย่างยุคที่ใก ้เข ้ามาอีก ก็คงจะเปน
ล
็
เรื่องอาวุธยุทโธปกรณ์ของชาติต่างๆ ในสมัยก่อนที่มีขนาดใหญ่โต เช่น อาวุธ
ในสุสานของจินซีฮ่องเต ้ แม้กระทั่งของไทยเราเองที่มีแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์
๋
ั
่
ม
สถานแห่งชาติ ซึงบุคคลเหล่าน้นแ ้จะมิได ้ด ารงอยู่ในยุคต ้นกัป ก็ยังมีรูปกาย
ที่ใหญ่โต มีพละก าลังมหาศาลขนาดน้น จึงสะ ้อนให ้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลง
ท
ั
ของสภาพแวดล ้อมในยุคก่อนส่งผลมายังร่างกายของมนุษย์โดยล าดับ เมื่อ
สภาพแวดล ้อมของธรรมชาติเลวลง กายของมนษย์ก็ค่อยๆเล็กลง เริ่มอ่อนแอ
ุ
มากขึ้น มีโรคภัยไข ้เจบเพิ่มขึ้น และที่สภาพแวดล ้อมของธรรมชาติได ้เปลี่ยน
็
ุ
แปลงไป ก็มีเหตุมาจากจิตใจของมนษย์นี่เอง
็
การเกิดเปนมนุษย์ : มหัศจรรย์การก าเนิดชีวิตใหม่
(http://montitapinthong .blogspot.com/2013/02/1-12-3-8-14-14-3-24-2-5-
4-20-20-90-50-1. html)
ผู้เขียนไม่ระบุนามได ้เขียนโดยอาศัยข ้อมูลจากนิตยสาร Go Genius
ฉบับที่ ๗ เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘ และ นิตยสารรักลูก ฉบับที่
็
ื้
๓๔๘ เดือนมกราคม ๒๕๕๕ มีเนอหาที่อ่านแ ้วได ้รบความร้เปนอย่างมาก
ล
ู
ั
ี้
ทีเดียว จึงนามาเสนอดังน

