Page 8 - ปกิณกะสาระ บุญส่ง - ปริยา นิลแก้ว
P. 8

๒                                                                     จิปาถะสาระ


                                                                     ุ
              เมื่อได ้อ่านข ้อเขียนและบทความเกี่ยวกับเรื่องการก าเนิดของมนษย์
                                                     ื้
       ที่ผู้ไม่ระบุนามได ้โพสลงในเว็บไซท์ต่างๆ  เห็นว่ามีเนอหาสาระที่น่าสนใจและ

                                 ู
        ็

                                  ด
       เปนประโยชน์ ทาให ้กิดความร้ไ ้อย่างมาก  จึงได ้นามาเสนอต่อ  ดังน  ี้

                                            ่
       ก าเนิดจักรวาล โลก มนษย์ และสรรพสิง
                             ุ
       (http://dou_beta.tripod.com/GL101_04_th.html)

                                                    ่
                                                           ่
                                                      ั
              การก าเนิดขึ้นของจักรวาล  โลก  และสรรพสิงน้น  เริมจากแต่เดิมก่อน
               ่
                                       ่
                                             ่
       ที่สรรพสิงจะเกิดขึ้นในท ้องจักรวาลซึงไม่มีสิงใดๆเลย  มีเพียงอากาศที่เวิ้งว ้าง
                                                             ั
       ว่างเปล่าโล่งเตียน ตลอด โดยความว่างเปล่านเกิดจากการที่จกรวาลได ้เสือม
                                                                       ่
                                                ี้
       และถูกท าลายลงด ้วยไฟ นา และลม
                               ้
              เนื่องจากจักรวาลและโลกน้นก าเนิดขึ้น และถูกท าลายลงมาแล ้วนบ
                                                                       ั
                                      ั
                                                                 ้
                                                 ้
       คร้งไม่ถ ้วน และยังจะต ้องถูกทาลาย และจะเกิดขึนอีกอย่างไม่มีทีสินสุด โดย

                                                               ่
         ั
                                                         ่
       ที่ไม่สามารถจะระบุได ้ว่า จุดเริ่มต ้นและจดสินสุดของการเริมต ้นและสินสุดน ี้
                                          ุ
                                                                  ้
                                             ้
                                          ่
                                               ็
       คือเมื่อใด การก าเนิดของโลกและสรรพสิงจึงเปนช่วงหนึงของวัฏจกรทีไม่มีที ่
                                                       ่
                                                                    ่
                                                                ั
        ้
       สินสุดน้น โดยการก าเนิดที่กล่าวถึงในน เปนการก าเนิดขึ้นอีกคร้งหนึ่ง
                                         ี้
             ั
                                           ็
                                                              ั
       หลังจากที่จักรวาลถูกท าลายด ้วยไฟ ก่อนที่จะมาถึงก าเนิดขึ้นน  ี้
              หลังจากที่จักรวาลเปล่าร้างปราศจากสิงใดๆ  เป ็นเวลายาวนาน(นาน
                                               ่
       จนไม่สามารถระบุระยะเวลาได ้)   ต่อมามีฝนตกลงมาในท ้องจักรวาลที่มีเพียง
                                           ็
                   ้
              ั
       อากาศน้น นาฝนที่ตกลงมาในระยะแรก เปนฝนที่มีขนาดเล็กมาก จากน้นจึงมี
                                                                     ั
       ขนาดที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ  จนกระทั่งขนาดเท่ากับล าของต ้นตาล  เนื่องจากฝนที่
                                         ้
       ตกนตกลงมาอย่างต่อเนอง  ปริมาณนาฝนจึงเพิ่มระดับสูงขึ้น  จนกระทั่งท่วม
           ี้
                            ื่
       เต็มทั่วทั้งท ้องจักรวาล
              การที่ฝนทรงตัวอยู่ได ้นเปนเพราะมีลมมารองรับไว ้เหมือนภาชนะ  จึง
                                  ี้
                                    ็
                                                    ็

       ทาให ้นาไม่รั่วไหลกระจัดกระจาย   แต่จะรวมตัวเปนกลุ่มก ้อนด ้วยคุณสมบัติ
              ้
                                                             ้
       ของลม ทาให ้นาค่อยๆ งวดยุบ หดลดลงจากเบื้องบน ระดับนาได ้ลดระดับลง
                     ้

       มาเรื่อยๆ  เมื่อระดับนาลดลงทาให ้ที่ตั้งของภพต่าง  ๆ  ปรากฏขึ้น  เริ่มตั้งแต่
                          ้

                                                   ั
       พรหมชั้นต่างๆเรื่อยลงมาจากชั้นบนสู่ชั้นล่าง จากน้นสวรรค์ชั้นต่างๆจึงเกิดขึ้น
                       ้
       หลังจากที่ระดับนาได ้ลดลงไปจากที่ตั้งของภพสวรรค์ชั้นต่างๆ
                                                      ้
              เมื่อระดับนาลดลงมาถึงระดับพื้นดิน  ระดับนาเริ่มคงที่ไม่ลดลงไปอีก
                        ้
                                                         ้

                                                              ่
       เมื่อนานิ่งจึงเกิดการรวมตัวกันเปนตะกอนลอยอยู่เหนอผิวนา  ซึงตะกอนนเกิด
            ้
                                                                      ้
                                  ็
                                                    ื
                                                                      ี
       จากการรวมตัวของธาตุหยาบ(การเกิดขึ้นของภพพรหมและสวรรค์       เปนการ
                                                                     ็
                                                       ุ
       รวมตัวของธาตุละเอียด ไม่สามารถมองเห็นได ้ด ้วยตามนษย์) ตะกอนที่รวมตัว
       และลอยอยู่เหนือนานคล ้ายกับการลอยของใบบัวที่อยู่เหนือนา  คือลอยอยู่ได ้
                        ้
                                                            ้
                         ี้
                                                            ่
       โดยไม่จม มีสีเหลือง รสหวาน มีกลิ่นหอม(เรียกว่าง้วนดิน) ซึงต่อมาคือแผ่น-
               ั
                  ่
                                                                      ่
       ดินทีรองรบสิงต่าง ๆ โดยตะกอนที่เกิดขึ้นมาก่อนเรียกว่าศีรษะแผ่นดิน ซึงถือ
           ่
                             ุ
           ็
                                                                  ด
       ว่าเปนประธานของโลกมนษย์ หลังจากแผ่นดินได ้เกิดขึ้นแล ้วต่อมาไ ้มีต ้นไม ้
   3   4   5   6   7   8   9   10   11   12   13