Page 9 - ปกิณกะสาระ บุญส่ง - ปริยา นิลแก้ว
P. 9
จิปาถะสาระ ๓
็
็
็
เกิดขึ้น ต ้นไม้ที่เกิดขึ้นเปนชนิดแรกคือต ้นบัว โดยเปนบัวที่มีลักษณะเปนไม ้
ั
ุ
ยืนต ้นและขึ้นบนแผ่นดิน ต่างจากบัวในปจจบันที่เปนไม ้ล ้มลุกและขึ้นเฉพาะ
็
้
ในนา บัวที่เกิดขึ้นนี้จะปรากฏขึ้นทุกคร้งที่โลกก าเนิดขึ้นหลังจากที่ถูกท าลาย
ั
ั
ไป โดยที่ในการเกิดขึ้นของดอกบัวนี้จะออกดอกไม่เท่ากันในแต่ละคร้ง บาง
่
ั
ั
คร้งไม่มีดอก บางคร้งมีดอก โดยการออกดอกจะมีตั้งแต่ ๑ ถึง ๕ ดอก ซึงจะ
ั
็
่
่
ไม่มากไปกว่าน้น ซึงจานวนของดอกบัวที่เกิดขึ้นนี้จะเปนสิงที่บอกว่า จะมีพระ
ุ
สัมมาสัมพทธเจ ้าบังเกิดหรือไม่บังเกิดขึ้น หรือว่าบังเกิดขึ้นอีกพระองค์ในกัป
ั
ั
น้น (อย่างเช่นในกัปของเรามีดอกบัวปรากฏเมื่อคร้งก าเนิดโลก ๕ ดอก ก็
ุ
้
หมายความว่าจะมีพระสัมมาสัมพทธเจ ้าบังเกิดขึน ๕ พระองค์) บัวนี้จึงมีชือว่า
่
์
บัวพยากรณ
มนษย์ยุคแรก หลังจากที่แผ่นดินได ้เกิดขึ้นแล ้ว ได ้มีพรหมพวกหนึ่ง
ุ
้
็
จุติลงมาเกิดเปนมนษย์ โดยเปนพรหมที่หมดบุญหรือสินอายุจากชั้นอาภสสรา
ุ
ั
็
็
พรหม การเกิดมาเปนมนุษย์ในยุคแรกนี้เปนการเกิดเองโดยไม่ต ้องอาศัยพอ
่
็
แม่ เกิดมาแล ้วก็โตเต็มวัยเลย ซึงการเกิดชนิดนเรียกว่า เกิดแบบโอปปาติกะ
่
ี้
ุ
ี้
มนษย์ที่จุติมาจากอาภัสสราพรหมน มีรูปร่างและลักษณะเหมือนใน
็
ขณะที่ยังเปนพรหม คือไม่มีเพศ ร่างกายมีแสงสว่างเรืองมีรัศมีสว่าง เหาะไป
่
่
ี
มาในอากาศได ้ มีปติเปนอาหาร ไม่ต ้องกินสิงอืนทีอยู่ภายนอกร่างกายเข ้าไป
่
็
็
ุ
โลกในช่วงที่พรหมลงมาเกิดเปนมนษย์น ี้ มีสัณฐานแบนและมีจุด
่
เชือมต่อ กับสวรรค์(สวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา)โลกกับสวรรค์สามารถไปมาหา
สู่กันได ้ ต่อมาจึงค่อยๆเปลี่ยนรูปทรง และเคลื่อนตัวห่างออกจากสวรรค์ ไป
ุ
ตามบาปอกุศลที่มนษย์สร้าง ทั้งทางกาย ทางวาจา และ ทางใจ จากโลกที่
แต่เดิมมีสัณฐานแบน ก็เริมฟูขึ้น เมื่อฟูจนได ้ระดับหนึ่งก็จะหดตัวเข ้าเปนทรงรี
็
่
่
็
่
่
แล ้วกลายเปนทรงกลมในทีสุด ซึงแต่ละช่วงทีโลกมีการเปลี่ยนแปลงรูปทรงน ี้
ี้
ใช ้ เวลานานมาก ยุคทีโลกกลมนเปนยุคที่มนษย์มีอายุต ่ากว่า ๑ แสนป ี
ุ
่
็
ุ
ั
็
่
่
มนษย์ทีเกิดมีชีวิตอยูเช่นน้นเปนเวลายาวนาน จนกระทั่งมีมนษย์คน
ุ
็
หนึ่ง (มนษย์ที่ลงมาเกิดในยุคนี้มีเปนจ านวนมาก ไม่ใช่ ๑ หรือ ๒ คน) เห็น
ุ
ดินทีมีสีสันสวยงาม มีกลิ่นหอม เห็นแล ้วก็อยากจะหยิบขึ้นมาลิ้มลอง จึงหยิบ
่
่
ั
้
ใส่ปากเพือลิมรส แต่เพียงแค่ดินน้น(ง้วนดิน)สัมผสเพียงปลายลิน รสดินก็แผ่
ั
้
ซาบซ่านไปทัวราง มีรสเปนที่ถูกใจของมนษย์ผู้น้น จึงหยิบมาบริโภคอีก
ั
ุ
่
็
่
ื่
ั
มนษย์อื่นเห็นเช่นน้นจึงพากันเอาอย่างบ ้าง เนองจากง้วนดินที่บริโภคเข ้าไป
ุ
ั
ั
น้นเปนอาหารหยาบ จึงท าให ้รศมีกายและแสงในตัวของมนษย์หายไป ความ
ุ
็
ุ
มืดจึงบังเกิดขึ้น มนษย์ทั้งหลายเมื่อถูกความมืดปกคลุมจึงพากันตกใจ
เมื่อความมืดบังเกิดขึ้นอยู่น้นเอง สุริยเทพบุตรพร้อมด ้วยดวงอาทิตย์
ั
ซึงเปนทีอยูอาศัยก็บังเกิดขึ้น ทาให ้มีแสงสว่างเกิดขึ้นมาขับไล่ความมืด จาก
่
่
็
่
ั
น้นดวงจันทร์และดวงดาวต่าง ๆ ก็เกิดขึ้น ทาให ้มีกลางวัน กลางคืน ฤดูกาล
ต่างๆ พร้อมกับการเกิดขึ้นของเขาพระสุเมร เขาจักรวาล เขาหิมพานต์ และ
ุ
่
่
ี
มหาสมุทร ซึงการเกิดขึนของสิงเหล่านใช ้ เวลานานมาก
้
้

