Page 276 - สอนสนุก สร้างสุข สไตล์สาธิตปทุมวัน เล่ม 2
P. 276

274      โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน






             พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ หลังจากนั้นเจ้าฟ้าทั้งสองพระองค์จึงได้ทรง

             พระนิพนธ์กลอนบทละครจากเค้าเรื่องนิทานองค์ละหนึ่งเรื่อง โดยบท
             ละครของเจ้าฟ้ากุณฑลชื่อ “ดาหลัง” และบทละครของเจ้าฟ้ามงกุฎชื่อ

             “อิเหนา” พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศโปรดฯ ให้เล่นบทละครทั้งสองเรื่องเป็น
             ละครใน แต่คนนิยมเรื่อง “อิเหนา” มากกว่า เมื่อเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2

             ต้นฉบับบทละครเรื่องดาหลังและอิเหนาได้สูญหายไป ต่อมาเมื่อกอบกู้
             เอกราชจนกระทั่งถึงยุครัตนโกสินทร์แล้ว พระบาทสมเด็จพระพุทธ

             ยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงฟื้นฟูวรรณคดีสมัยอยุธยา ทรงพระราชนิพนธ์
             บทละครในเรื่องดาหลังและอิเหนาขึ้นตามเรื่องเดิมในสมัยกรุงศรีอยุธยา

             ต่อมาเมื่อบ้านเมืองสงบสุขดีแล้วในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธ
             เลิศหล้านภาลัยจึงได้ทรงพระราชนิพนธ์เรื่องอิเหนาขึ้นใหม่ทั้งหมด

             โดยในบางตอนได้โปรดเกล้าฯให้ประชุมกวีและให้ที่ประชุมกวีช่วยกัน
             ปรับปรุงแก้ไขโดยพระองค์เป็นผู้วินิจฉัย ในบางตอนก็ให้ผู้เชี่ยวชาญ

             ท่ารำทดลองรำตามบทด้วย ทำให้กลอนบทละครเรื่องอิเหนาฉบับ
             รัชกาลที่ ๒ เป็นบทละครในที่มีคุณค่าทางวรรณศิลป์ และเหมาะกับ

             การแสดงละครรำเป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ดีแม้ว่าอิเหนาในประเทศไทย
             จะได้เค้าเรื่องมาจากชวาหรือประเทศอินโดนีเซียในปัจจุบัน แต่อิเหนา

             ของไทยก็ไม่ตรงกับสำนวนใดสำนวนหนึ่งของประเทศอินโดนีเซีย มีเพียง
             ส่วนร่วมโดยรวมที่เหมือนกันเท่านั้น สำนวนชวามลายูที่ใกล้เคียงที่สุด

             ก็คือสำนวน “ปันหยีสะมิหรัง” ซึ่งก็ยังไม่เหมือนกันทีเดียวกับฉบับไทย
             ด้วยความเป็นมาดังกล่าวอิเหนาจึงกลายเป็นวรรณคดีสำคัญเรื่องหนึ่งของ

             ไทยในที่สุด ความสำคัญดังกล่าวไม่ได้จำกัดวงอยู่เฉพาะแต่ใน
   271   272   273   274   275   276   277   278   279   280   281