Page 138 - book.sakeao62
P. 138
เอกสารโครงการพัฒนาการจัดการศึกษาจังหวัดสระแก้ว :
การส่งเสริมสมรรถนะและทักษะสําคัญในศตวรรษที่ 21 หน้า 116
2. นักเรียนศึกษาวิธีการเขียนรูปเรขาคณิตจากหนังสือประกอบการเรียน เรื่อง รูปคลี่ของรูป
เรขาคณิตสามมิติ หน้า 248 – 251
3. ครูใช้สื่อกระดาษรูปทรงสามมิติแสดงให้นักเรียนดู และถามนักเรียนว่าถ้าครูคลี่ทรงสามมิติ
เหล่านี้ออกจะได้ เป็นรูปอะไร (เป็นภาพรูปเรขาคณิตสองมิติ) จากนั้นครูถามต่อว่า นักเรียนคิดว่าสิ่งของที่
นักเรียนเคยพบเห็นในชีวิตประจําวัน สิ่งใดที่สามารถคลี่ออกแล้วเป็นรูปเรขาคณิตสองมิติ (กล่องของเล่น
แกนกระดาษ ทิชชู เป็นต้น)
4. ครูแจกรูปคลี่ที่แตกต่างกันให้นักเรียนแต่ละกลุ่มจํานวน 8 รูป และให้นักเรียนร่วมกันบอกว่า
รูปเรขาคณิต สามมิติชนิดใดที่มาจากรูปคลี่ดังกล่าวพร้อมประกอบให้เป็นรูปเรขาคณิตสามมิตินั้น ๆ
พร้อมบันทึกลงในหนังสือ ประกอบการเรียน กิจกรรมที่ 22 เรื่อง รูปคลี่ของรูปเรขาคณิตสามมิติ
5. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มทําตัวอย่างที่ 1 เกี่ยวกับการบอกรูปเรขาคณิตสามมิติจากรูปคลี่ที่
กําหนดให้ และ ให้ร่วมกันอธิปรายจนได้คําตอบที่ถูกต้อง
6. ครูนักเรียนแต่กลุ่มร่วมกันวิเคราห์จนสามารถเขียนรูปคลี่ของรูปเรขาคณิตสามมิติได้จาก
ตัวอย่างที่ 2 พร้อมบันทึกลงในใบงาน โดยไม่ต้องแสดงส่วนที่ทากาว
7. ครูให้นักเรียนทําตัวอย่างที่ 3 จากกิจกรรม ชื่อว่า พับฉันให้เป็นลูกบาศก์ โดยครูให้นักเรียนแต่
ละกลุ่มช่วยกันพิจารณารูปคลี่ของลูกบาศก์ว่าแบบใดสามารถพับเป็นลูกบาศก์ได้บ้าง แล้วแบบใดไม่
สามารถพับได้ หากนักเรียนไม่สามารถมองภาพออกให้นักเรียนตัดกระดาษตามรูปคลี่จากนั้นให้ลองพับ
ตาม เพื่อพิจารณาดูว่าสามารถพับได้หรือไม่ ถ้าพับได้นั่นคือรูปนั้นเป็นรูปคลี่ของลูกบาศก์ซึ่งมีได้หลาย
แบบ โดยใช้โปรแกรม Geogebra ในการแสดงการคลี่ของรูปลูกบาศก์ว่าสามารถมีได้กี่รูป (11 รูป)
8. สุ่มตัวแทนนักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานําเสนอผลงานหน้าห้อง
9. ครูยกตัวอย่างลูกเต๋ารูปคลี่ที่มีการระบุหน้าต่างๆแล้วให้นักเรียนแต่ละกลุ่มพิจารณาว่าเป็นรูป
คลี่ของลูกบาศก์ใด ซึ่งนักเรียนจะต้องมีการมองภาพให้ออก ว่าแต่ละด้านด้านใดที่อยู่ติดกัน

