Page 444 - เอกสารประกอบการประชุมวิชาการ ศูนย์วิจัยพืชไร่ขอนแก่น ประจำปี 2563 เล่มที่ 1
P. 444

439



                                                                                ุ
                                                                    ิ
                  เป็นโรคที่มีความรุนแรงอันดบหนึ่งของประเทศไทยมาหลายสบปีจนถึงปัจจบัน ท าให้ผลผลิตในอ้อยปลูกลดลง
                                         ั
                                                       ู
                                                ้
                                                  ้
                                                                               ื
                                                                                                   ่
                                                                      ี่
                                                                        ่
                  ถึง 50-70% และไม่สามารถไว้ตอได ตองปลกใหม่ ซึ่งจะมีผลทตอเนื่อง คอปัญหาการขาดแคลนทอนพันธุ์ ใน
                                                    ่

                  แปลงทเป็นโรคไม่รุนแรงเมื่อเกษตรกรใสปุ๋ยและให้น้ากับอ้อยจะทาให้อาการของโรคเห็นไม่ชดเจน เกษตรกร
                                                                                               ั
                         ี่
                  ยังคงเก็บเกี่ยวผลผลตไดและใช้ขยายพันธุ์ต่อไป ท าให้ปัญหาโรคใบขาวยังคงอยู่ ในการส ารวจแปลงอ้อยมักจะ
                                      ้
                                   ิ
                                        ี
                  พบโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทเรียร่วมด้วย ได้แก่ โรคใบลวก โรคตอแคระแกร็น เกิดจากเชอโรคเน่าคออ้อย และ
                                                                                          ื้
                                                                                       ี่
                                                                    ่
                                                                             ่
                  โรคใบขีดแดงและยอดเน่า ซึ่งอาการของโรคนั้นแสดงแตกตางกันในแตละอาการทปรากฏ ซึ่งบางอาการของ



                                                                                  ุ
                                                                                             ้
                                                                   ื้
                  โรคนั้นเกิดร่วมกันทาให้เกิดความลาบากในการจาแนกเชอสาเหตโรค ปัจจบันโรคนั้นไดแพร่กระจายอย่าง
                                                                          ุ
                  กว้างขวางและเพิ่มความเสียหายให้อ้อยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงจ าเป็นต้องศึกษาการจ าแนกชนิดของเชื้อเป็นข้อมูลไว้
                                                                           ื้
                                                                                       ี่
                                        ั
                  สาหรับในการป้องกันก าจด ปัจจบันมีวิธีการจาแนกและตรวจสอบเชอสาเหตุโรคทมีความรวดเร็ว โดยเฉพาะ
                                             ุ


                                                                                                          ้
                  ทางดานชวโมเลกุลให้สามารถน ามาประกอบการวินิจฉัย และสร้างความเชอมั่นในความแม่นย าและถูกตอง
                       ้
                                                                                 ื่
                           ี
                                                   ั

                  เพียงพอ สาหรับการไดมาซึ่งข้อมูลสาคญในการวิเคราะห์ประกอบการเกิดโรคและการแพร่ระบาด เพื่อการ

                                      ้
                                                                                                        ้
                                                                                  ้
                                                                    ี่
                   ั
                                                           ี
                                   ี่
                  จดการควบคมโรคทมีประสทธิภาพ เทคนิคทางชวโมเลกุลทสามารถตรวจไดรวดเร็วและแม่นย า มีอยู่ดวยกัน
                             ุ
                                         ิ
                                                                        ื้
                  หลายวิธี โดยวิธีการอาศยการตรวจหาดเอ็นเอเป้าหมายของเชอ วิธีทนิยมในปัจจบัน ไดแก่ เทคนิค PCR
                                                                                              ้
                                       ั
                                                                                         ุ
                                                     ี
                                                                              ี่
                                                                                            ี
                                                                  ื
                                                                                     ิ้
                                                                                        ่
                  (Polymerase chain reaction) และ Real time PCR คอ วิธีการเพิ่มปริมาณชนสวนดเอ็นเอดวยปฏิกิริยา
                                                                                                   ้
                                                                                            ้
                                           ่
                           ิ
                                                                                                           ี่
                                                                                                ุ
                                                         ี
                  ลกโซ่โพลเมอเรส สามารถชวยให้ปริมาณดเอ็นเอเป้าหมายมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ดวยชดไพรเมอร์ทมี
                   ู
                                                                   ั่
                                                ื้
                               ่

                  ความจาเพาะตอยีนเป้าหมายของเชอ ใชเวลาใน 2 ถึง 3 ชวโมงในการเพิ่มปริมาณสารพันธุกรรม (Chatenet
                                                    ้
                  et al. 2005) ปัจจุบันนิยมใช้ดีเอ็นเอไพร์เมอร์ เช่นยีน 16S RNA, 16S-23S rRNA, gyrase gene, ribosomal
                  protein genes และ tuf gene ซึ่งมีความจ าเพาะเจาะจงกับเชอ จากปัญหาในการใชไพรเมอร์ 16S-23S ISR
                                                                       ื้
                                                                                         ้
                                                                                                        ี่
                  ในการตรวจเชอไฟโตพลาสมา เมื่อน าผลผลตพีซีอาร์ไปวิเคราะห์ดวยวิธี gel electrophoresis ผลทไดไม่
                                                                           ้
                               ื้
                                                        ิ
                                                                                                          ้
                  สามารถแยกความแตกตางของเชอในสกุลเดยวกันในเวลาเดยวกัน ขณะนี้ไดมีเทคนิคการวิเคราะห์การคลาย
                                       ่
                                              ื้
                                                                                  ้
                                                       ี
                                                                     ี
                  เกลียวของสายดีเอ็นเอหรือเทคนิค HRM (high-resolution melting analysis) มาใช้ส าหรับตรวจหาดเอ็นเอ
                                                                                                       ี
                                                                                    ั
                                                                                                 ้
                                                                                       ึ
                              ี
                                                                                                       ี
                                              ่
                  เป้าหมายซึ่งดเอ็นเอเป้าหมายแตละชนิดจะมี melting temperature เฉพาะตว จงสามารถใชยืนยันดเอ็นเอ
                                                                              ื้
                  เป้าหมายที่ต้องการได้ ดังนั้นการใช้วิธี HRM สามารถตรวจและจ าแนกเชอที่เป็นสาเหตุของลักษณะอาการของ

                                                 ั

                                                        ี
                                                             ์
                                                                    ู

                                   ้
                                                                                ื้
                            ้
                  โรคอ้อยได โดยไม่ตองวิเคราะห์ลาดบนิวคลโอไทดเพื่อพิสจน์ชนิดของเชอ ทาให้แก้ปัญหาเรื่องการจาแนก
                                 ี่
                                                                                                        ้
                                                                                                           ุ
                  อาการโรคอ้อย ทมีลักษณะที่คล้ายกันมากออกจากกันได โดยไม่ต้องใช้วิธี gel electrophoresis จึงลดตนทน
                                                                 ้
                                             ้
                                                                                  ้
                                                                            ิ
                                                                                      ุ
                                                                                                          ้
                                                               ี
                  ในการวิเคราะห์และลดปัญหาดานสขภาพและของเสยจากห้องปฏิบัตการได ปัจจบันนิยมใชเทคนิคนี้ในดาน
                                                ุ
                                                                                               ้
                                                          ื้
                  การแพทย์ และสัตวแพทย์ ในการจ าแนกชนิดเชอโรคที่ก่อโรคในคนและสัตว์ ส าหรับด้านเกษตรยังไม่มีการน า
                             ้
                                                    ้
                                                                                                      ่
                  เทคนิคมาใช และเทคนิคนี้ยังสามารถใชตรวจสอบความผดปกตของยีน และใชหาจโนไทป์ของยีนตาง ๆ ท       ี่
                                                                                     ้
                                                                        ิ
                                                                                         ี
                                                                   ิ
                  สนใจได้ (Wittwer et al. 2003) จึงเป็นที่มาของงานวิจัยนี้เพื่อตรวจสอบชนิดสาเหตุโรคอ้อยด้วยเทคนิค HRM
                  ที่มีความถูกต้อง แม่นย า เพื่อระบุชนิดของเชื้อได  ้
   439   440   441   442   443   444   445   446   447   448   449