Page 21 - จริยธรรม ฝน 7.3.64
P. 21

18

      3. ปญั ญา

      ท้ังน้ีเพราะ ศีล เป็นเคร่อื งสนบั สนนุ ใหก้ าย (มอื ) สะอาด สมาธิ เปน็ เคร่อื งสนบั สนุนให้ใจสงบปญั ญา เป็น
เครอ่ื งทาใหใ้ จสว่าง รูถ้ กู รู้ผดิ

22.พระพทุ ธโอวาท 3 นกั บริหารทที่ างานได้ผลดี เนอื่ งจากได้ ”ต้ังใจดี” และ “มอื สะอาด” พระพุทธองคไ์ ด้วาง
แนวไว้ 3 ประการ ดังน้ี

      1. เวน้ จากทุจรติ การประพฤติช่ัว ทางกาย วาจา ใจ

      2. ประกอบสุจริต ประพฤติชอบ ทางกาย วาจา ใจ

      3. ทาใจของตนให้บริสุทธสิ์ ะอาด ไมโ่ ลภ ไมโ่ กรธ ไม่หลง

      การนาหลกั ธรรมทปี่ ระเสริฐมาปฏิบัติ ยอ่ มจกั นาความเจรญิ ตลอดจนความสขุ กาย สบายใจ ให้บังเกิดแก่
ผ้ปู ระพฤติท้งั สิ้น สมดงั พทุ ธสุภาษิตทวี่ ่า “ ธมั โม หเว รักขติ ธัมมจารงิ ” ธรรมะย่อมคุ้มครองรกั ษาผูป้ ระพฤตธิ รรม

หลกั ธรรมแหง่ ความสาเร็จ

      ฉันทะ คือ ความพอใจในงาน วริ ยิ ะ คือ ความเพยี รพยายาม จติ ตะ คือ ความใส่ใจม่งุ ม่ันกับงานทท่ี า และ
วมิ ังสา คอื การไตรต่ รองรอบคอบในการทางาน

      นกั บรหิ าร คอื “ผู้ทางานใหป้ ระสบผลสาเร็จโดยอาศัยความร่วมไมร้ ่วมมอื ของพนี่ ้องในองค์กรนนั้ ๆได้
ชว่ ยกันทา” นักบริหารคงไมส่ ามารถจะทางานให้ประสบผลสาเรจ็ ไดถ้ ้ายดึ อัตตาหรอื เอาตนเองเปน็ ทีต่ ้ัง การ
บรหิ ารทจ่ี ะได้ท้ังคนและงานหรอื คาโบราณกล่าวไวว้ ่า “จะทาอะไรก็ตาม ควรทาในลักษณะ “บวั ไมใ่ หช้ ้า น้าไมใ่ ห้
ขนุ่ ” หรอื ซ่งึ คาพังเพยก็มไี ว้ คือ“น้าร้อนปลาเปน็ น้าเยน็ ปลาตาย” การบรหิ าร คือการทางานให้ประสบผลสาเร็จ
โดยอาศยั ความรว่ มมอื รว่ มใจของคนในหน่วยงานนั้น ๆ ช่วยกนั ทา

      นอกจากนแ้ี ลว้ คงจะต้องอาศัยคนท่ีเก่ยี วข้องดว้ ย ได้ชว่ ยกนั ทา นี้ คอื จุดสาคัญ เปน็ คาสาคัญท่ีนกั บรหิ าร
จะตอ้ งท่องใหข้ นึ้ ใจ

      นักบริหาร หรอื ผบู้ ริหาร ไมส่ ามารถทางานสาเรจ็ ได้ถา้ ไมไ่ ดร้ บั ความร่วมมือร่วมใจจากคน เหลา่ นน้ั

      ฉะนน้ั ผูบ้ รหิ ารจะต้องอาศัยศิลปะในการบริหารหรือใชภ้ าวะผนู้ าจึงจะสามารถบรหิ ารงานไดอ้ ย่างราบรื่น
และประสบผลสาเร็จได้ การบริหารที่จะไดท้ ง้ั คนและงาน ตอ้ งใชท้ ้ัง “ศาสตร์ และศิลป์” เปน็ เร่ืองสาคัญ และควร
เพมิ่ เขา้ มาอกี คือต้องใชท้ ั้ง “ศาสน์ และศลี ” คอื ต้องนาหลักคุณธรรมทางศาสตร์นามาใชใ้ นการบริหารด้วย จึงจะ
ทาใหเ้ ป็นเกราะค้มุ ครองตนเองให้พ้นภัยท้ังหลายทั้งปวง

      กลยทุ ธ์การบริหารทไี่ ด้ท้งั คนและงาน

      กลยทุ ธก์ ารบรหิ ารคน

      1. ควรทาตนเปน็ กัลยาณมติ รมากกว่าเปน็ เจา้ นาย หลกั ธรรมทค่ี วรนามาปรับใช้คือ ร้จู ักเปน็ ผใู้ ห้และเป็น
ผู้รับทด่ี ี รู้จักพดู ให้เหมาะกับกาลเทศะ รูจ้ กั ทาประโยชน์และวางตนเสมอตน้ เสมอปลาย นอกจากนแ้ี ลว้ ควรเป็น
คนมเี หตุ มีผล ร้ตู น รูป้ ระมาณ รู้จกั กาลเทศะ รจู้ ักบคุ คล และรู้จกั ชมุ ชนดว้ ย

      2. ควรใหเ้ กียรตเิ พือ่ นรว่ มงาน บอ่ ยครั้งทีห่ ัวหนา้ งานมกั จะพดู หรือทาอะไรโดย“ไมเ่ อาใจเขามาใส่ใจเรา”
อยากพูดอะไรกไ็ ด้ ไมเ่ กรงใจใคร ไม่ถนอมนา้ ใจเพอ่ื นร่วมงาน คดิ วา่ ตนเองมอี านาจ มักใช้พระเดช มากกว่าการใช้
พระคณุ ข้อน้นี บั วา่ เป็นภยันตรายอย่างใหญห่ ลวงยงิ่ การบริหารทไ่ี ดใ้ จคน คอื การใหเ้ กียรติ ให้ความเคารพ ความ
เปน็ กัลยาณมิตรกบั เพื่อนร่วมงาน มองเพือ่ นร่วมงานเสมอื นเพือ่ นร่วมวิชาชพี ใชว้ ัฒนธรรมการอยู่แบบพี่แบบน้อง
   16   17   18   19   20   21   22   23   24