Page 17 - เล่ม 5 สภาลานวัดตะโหมด ต้นแบบงานสังฆพัฒนาพลังบวร
P. 17

ในเชิงธรรมชาติชุมชนตะโหมดมีสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติ เช่น   ปี 2450 หลวงพ่อเปียซึ่งเป็นพระที่ชอบแสวงหาที่สงัดในการบ�าเพ็ญภาวนา
                                                              �
 ึ
 ้
                                                      �
 นาตกลานหม่อมจุ้ย มีจุดชมวิวควนตาดม ซ่งมีลักษณะเป็นเนินเขาสูงราว 120   คือชอบอยู่ตามป่าช้า ได้เดินทางมาจากวัดดอนคัน ตาบลคูขุด อาเภอสทิงพระ
 �
 ื
 ั
 ื
 เมตร มีพ้นท่ตรงกลางโล่งไว้สาหรับเป็นพ้นท่ชมวิวได้โดยรอบ ท้งทิศเหนือ   จังหวัดสงขลา มาจัดตั้งที่พักสงฆ์ในป่าช้าแห่งนี้ (บริเวณวัดตะโหมดปัจจุบัน)
 �
 ี
 ี
 ทิศตะวันออก ทิศตะวันตก และทิศใต้ ซ่งแต่ละทิศล้วนมีความสวยงามเชิง  โดยมีชาวบ้านมาช่วยกันบุกเบิกและ ชาวบ้านเรียกว่าวัดใต้ เพราะอยู่ด้านใต้
 ึ
 �
 ี
 ี
 ื
 ธรรมชาติท่น่าสนใจแตกต่างกัน เหมาะสาหรบนักท่องเท่ยวท่ช่นชอบการถ่าย  ของล�าธาร ตอนนั้นบ้านตะโหมดจึงมีถึง 2 ส�านักสงฆ์ คือวัดเหนือและวัดใต้
 ั
 ี
 ื
 ภาพหรือช่นชอบบรรยากาศของท้องทุ่งนาและผืนป่าในตอนเช้า สามารถชม  เม่อหลวงพ่อเปียชราภาพมากแล้วท่านก็กลับไปสู่ภูมิลาเนาเดิม ต่อมาในปี
                                                         �
              ื
 พระอาทิตย์ยามเช้า บางวันมีสายหมอกบางเบาสลับกับสายหมอกหนาเข้า   2452 “พ่อท่านช่วย อินฺทสโร” ได้ระดมศรัทธาชาวบ้านมาช่วยกันพัฒนาวัด
 ี
 ี
                       ั
                                            ึ
 ั
                ้
 ปกคลุม หรือแม้แต่ในยามเย็นท้องฟ้าท่น่จะดูปลอดโปร่ง โล่งสบายตา อีกท้ง  ใต้ใหมีความม่นคงถาวร เจริญก้าวหน้าข้นเป็นล�าดับ รวมถึงการจัดสร้างศาลา
 ยังมองเห็นก้อนเมฆเป็นรูปลักษณ์ต่าง ๆ สวยงาม ชุมชนตะโหมดจึงเป็น   ลงในแม่น�้า เพื่อท�าหน้าที่เป็นอุโบสถน�้า ซึ่งจะสามารถท�าการอุปสมบทและ
 ึ
 ี
 สถานท่หน่งท่นักท่องเท่ยวเชิงธรรมชาติให้ความสนใจร่วมไปกับแหล่ง   เป็นที่ท�าสังฆกรรมได้ จนกระทั่งในปี 2453 พระอธิการช่วย อินฺทสโร ได้รับ
 ี
 ี
                    ั
 ท่องเที่ยวทะเลน้อยในจังหวัดพัทลุง   การแต่งต้งเป็นเจ้าอาวาสรูปแรกของวัดตะโหมดอย่างเป็นทางการ ในปี 2477
            วัดใต้ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาและสร้างอุโบสถจนส�าเร็จ เมื่อพ่อท่าน
                           ี
            ช่วยมรณภาพในป 2481 ต�าแหน่งเจ้าอาวาสว่างอยู่ระยะหนึ่ง จนถึงปี 2485
 ั
 ประวัติและบทบาททางสงคม  พระครูพมลชยานุรกษ์ (หมุน ธมมปาโล) ได้รบแต่งต้งเป็นเจ้าอาวาสรปทสอง
                                      ฺ
                            ั
                                                ั
                                                                    ู
                                                      ั
                    ิ
                                                                      ี
                                                                      ่
 ของวัดตะโหมด
            ของวัดตะโหมด ในปี 2510 พระครูอุทิตกิจจาทร (จ้วน อตฺตมโน) เข้ามารับ
              �
                                ึ
 วัดตะโหมดตั้งอยู่ในหมู่ที่ 3 ต�าบลตะโหมด เป็นวัดเก่าแก่ของชุมชน  ตาแหน่งเจ้าอาวาสจนถงปี 2556 (ประภาพรรณ วงศาโรจน์, 2548: 1-3;
 ตะโหมด เป็นศูนย์กลางของชุมชนมาต้งแต่อดีต และมีบทบาทสาคัญในฐานะ  วัดตะโหมด, 2552) หลังจากนั้นพระครูสุนทรกิจจานุโยคเข้ามารับต�าแหน่ง
 �
 ั
 ื
                                                         �
 เป็นศูนย์รวมจิตใจและศูนย์รวมกิจกรรมของชุมชนเร่อยมาจนถึงปัจจุบัน    เจ้าอาวาสจนถึงปัจจุบัน และดารงตาแหน่งเจ้าคณะอาเภอตะโหมด โดยม  ี
                                      �
                                          �
 ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์วัดตะโหมดมีปรากฏมานานเกือบ 200 ปีแล้ว   พระปลัดบุญเชิด อาทโร เป็นรองเจ้าอาวาส และพระครูประยุตธรรมธัช
 ่
 ้
 ์
 ซึ่งเดิมมีวัด 2 แหง แหงหนึ่งเป็นที่พักสงฆตั้งอยู่ทางทิศใตของชุมชน อยู่ห่าง  เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดตะโหมดในปัจจุบันมีเนื้อที่ 26 ไร่ 3 งาน 2 ตารางวา
 ่
 จากวัดปัจจุบันประมาณ 5 เส้น วัดน้ประชาชนเรียกโดยอิงกับลาแม่นาว่า     มีท่ดินธรณีสงฆ์ 1 ไร่ 3 งาน และยังคงได้รับความเล่อมใสศรัทธาจากชาวบ้าน
                                                     ื
 ี
 ้
 �
               ี
 �
 วัดเหนือ เพราะอยู่เหนือต้นล�าธาร ช่วงราวปี 2370 หลวงพ่อไชยทองหรือ  ตะโหมดเเละชาวบ้านในชุมชนใกล้เคียง
 ื
 ชาวบ้านมักเรียกท่านว่าพ่อแก่ไชยทอง ได้อยู่ปกครองวัดเหนือ เม่อประมาณ
 14  สภาลานวัดตะโหมด :                          พินิจ ลาภธนานนท์ และพระครูประยุตธรรมธัช 15
 ต้นแบบงานสังฆพัฒนาพลังบวร
   12   13   14   15   16   17   18   19   20   21   22