Page 19 - เล่ม 5 สภาลานวัดตะโหมด ต้นแบบงานสังฆพัฒนาพลังบวร
P. 19

ี
                                                           ่
                                                             ็
             ั
                              ้
                       ี
                                                   ์
                                                                ู
                                                                  ์
            วดตะโหมดมบทบาทดานการสาธารณสงเคราะหในฐานะทเปนศนยกลางของ
            การพัฒนาและเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน เพ่อพัฒนาชุมชนตะโหมดให้ทัน
                                                  ื
                                   ึ
                      ี
                                                               ิ
            ต่อการเปล่ยนแปลงท่เกิดข้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างย่งในการสร้าง
                              ี
            วัฒนธรรมความร่วมมือและร่วมแรงร่วมใจกันท�ากิจกรรมจิตอาสา จนเกิดการ
            รวมตัวกันเป็นองค์กรชุมชนท่เข้มแข็ง ท่สามารถประสานความร่วมมือและ
                                             ี
                                    ี
            ร่วมกันผลักดันกิจกรรมการพัฒนาและสงเคราะห์ช่วยเหลือชาวบ้าน จนกลาย
                           ี
                                                         ี
            เป็นแหล่งเรียนรู้ท่ส�าคัญคือ “สภาลานวัดตะโหมด” ท่มีปรัชญาการด�าเนิน
            งานว่า “สร้างสรรค์ ปัญญา พัฒนาสังคม ระดมความคิด เพ่อชีวิตประชาชน”
                                                           ื
            (ประภาพรรณ วงศาโรจน์, 2548: 18-19) กิจกรรมการพัฒนาในช่วงแรกนั้น
            เน้นการศึกษาท้งทางโลกและทางธรรมให้ลูกหลานและคนในชุมชน ในทาง
                         ั
            โลกได้ขยายการศึกษาเป็นระดับประถมศึกษาตอนปลาย (ป.5 - ป.7) ในปี
                                           ี
            2513 หลังจากน้นยังได้ขอรับบริจาคท่ดินสร้างโรงเรียนมัธยมศึกษา (โรงเรียน
                          ั
            ประชาบ�ารุงอุทิตกิจจาทร) ส่วนในทางธรรมได้ส่งเสริมการเรียนนักธรรมเป็น
                                         ี
            ประจ�าทุกปี ให้แก่พระสงฆ์ทุกรูปท่อยู่จ�าพรรษาในวัดตะโหมด จนมีค�าพูด
            ติดปากว่า “วันดีของผู้อุปสมบทวัดตะโหมดท่ต้องการจะลาสิกขา คือหลัง
                                                  ี
            การสอบนักธรรมแล้ว” (พระครูประยุตธรรมธัช, สัมภาษณ์, 11 มกราคม
                       ั
            2565) อีกท้งวัดตะโหมดยังได้ส่งเสริมการเรียนนักธรรมศึกษาของเด็กและ
            ชาวบ้านเป็นวัดแรกในจังหวัดพัทลุงอีกด้วย

                  นอกจากน้มีองค์กรเครือข่ายท้งภาครัฐและเอกชนมากมายเข้ามาร่วม
                                          ั
                           ี
            กิจกรรมของสภาลานวัดตะโหมด โดยมาร่วมปฏิบัติภารกิจพัฒนาชุมชนให้ม ี
            ความเจริญก้าวหน้าทางกายภาพหลายด้าน ได้แก่่ ถนน ไฟฟ้า น้าประปา การ
                                                               �
                                                   ิ
            สร้างความเข้มแข็งขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่น การส่งเสริมเศรษฐกิจของ
                         ั
            ชุมชน การจัดต้งกลุ่มส่งเสริมอาชีพต่าง ๆ ตลอดจนการอนุรักษ์ทรัพยากร




 16  สภาลานวัดตะโหมด :                          พินิจ ลาภธนานนท และพระครูประยุตธรรมธัช 17
 ตŒนแบบงานสังฆพัฒนาพลังบวร
   14   15   16   17   18   19   20   21   22   23   24