Page 58 - ตำราเคมีอินทรีย์ [Jadsada Ratniyom]
P. 58

30                                                               ความรู้เบื้องต้นของเคมีอินทรีย์


               1.12 ไฮบริดไดเซชัน
                      (Hybridization)

                      พันธะโคเวเลนต์เป็นพันธะที่ความสำคัญในสารอินทรีย์เป็นอย่างยิ่ง ความเสถียรของพันธะ
                                                       ู
                                          ั
               โคเวเลนต์และการเกิดการสร้างพนธะกันนั้นมักถกอธิบายโดยใช้ทฤษฎีโมเลกุลาร์ออร์บิทัล การทำนาย
               รูปร่างโมเลกุลนั้นเราจะอาศัยแนวคิดเรื่องแรงผลักของอิเล็กตรอนหรือที่รู้จักกันในนามทฤษฎี VSEPR
                      ในการเกิดรูปร่างของโมเลกุลนั้นไม่ได้มีเพียงแค่การซ้อนเหลื่อมของ s orbital หรือ p orbital

               เพียงอย่างเดียว แต่จริงๆ แล้วจะเกี่ยวข้องกับการไฮบริดไดเซชันของอะตอมมิกออร์บิทัลด้วย การที่
               ออร์บิทัลมีการ hybrid กันนี้ จะสามารถใช้อธิบายการเกิดรูปร่างโมเลกุลของสารต่าง ๆ ได้ แม้ว่า
               สารอินทรีย์จะมีคาร์บอนเป็นองค์ประกอบหลัก แต่เวลาที่คาร์บอนอะตอมจะสร้างพันธะจะมีการเกิด
               hybridization ซึ่งอาจเกิด hybrid orbital ที่แตกต่างกันทำให้รูปร่างโมเลกุลของสารอินทรีย์มีความ

               แตกต่างกันไปด้วย
                      ไฮบริดไดเซชัน คือ การรวมกันของอะตอมมิกออร์บิทัลตั้งแต่สองออร์บิทัลขึ้นไป จะได้เป็น
               ไฮบริดออร์บิทัลออกมาเท่ากับจำนวนของอะตอมมิกออร์บิทัลที่ใช้ ไฮบริดออร์บิทัลที่เกิดขึ้นจะมี

               รูปร่างและระดับพลังงานเหมือนกัน ดังแสดงในภาพที่ 1.5  เมื่อ s อะตอมมิกออร์บิทัลเหิกการไฮบริด
               ไดเซชันกับ p ออร์บิทัล จะได้ไฮบริดออร์บิทัลที่รูปร่างเหมือนกันสองออร์บิทัล









               ภาพที่ 1.5  การเกิดไฮบริดออร์บิทัลระหว่าง s ออร์บิทัล และ p ออร์บิทัลเกิดเป็น sp ไฮบริดออร์

                         บิทัลสองออร์บิทัล

                                3
                      1.12.1  sp  ไฮบริดออร์บิทัล
                                 3
                                (sp  hybrid orbital)
                                          3
                               ในการเกิด sp  ไฮบริดออร์บิทัล เมื่อ s ออร์บิทัลหนึ่งออร์บิทัลผสมกับ p ออร์บิทัล
                                             3
               จำนวน 3 ออร์บิทัล จะเกิดเป็น sp  ไฮบริดออร์บิทัล จำนวน 4 ออร์บิทัล ที่มีรูปร่างเหมือนกันมี
               พลังงานเท่ากัน sp  ไฮบริดออร์บิทัลแต่ละออร์บิทัลห่างกัน 109.5° และมีรูปร่างเป็นทรงสี่หน้า
                                3
               (tetrahedral) เหมือนกัน ดังแสดงในรูป 1.6












               ภาพที่ 1.6 การเกิดไฮบริดออร์บิทัล รูปร่างออร์บิทัลที่ใช้ในการไฮบริดเกิดเป็น sp  ไฮบริดออร์บิทัลที่
                                                                                  3
                         แต่ละออร์บิทัลห่างกัน 109.5°
   53   54   55   56   57   58   59   60   61   62   63