Page 69 - ตำราเคมีอินทรีย์ [Jadsada Ratniyom]
P. 69
เคมีอินทรีย์ (Org. Chem.) 41
e เคลื่อนไปมาไร้ทิศทาง โมเลกุลไม่มีขวแสดงสภาพขั้วชั่วคราว
ั้
จนกระทั่ง e ไหลไปอยู่ (เส้นปะ แสดงแรงลอนดอน)
ฝั่งเดียวกัน
ภาพที่ 1.15 การเกิดแรงลอนดอนของโมเลกุลไม่มขั้ว
ี
ความแข็งแรงของแรงลอนดอนนี้สัมพันธ์กับมวลโมเลกุล โดยสารใดมีมวลโมเลกุลมากแรง
ลอนดอนที่ยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุล (โมเลกุลไม่มีขั้ว) จะแข็งแรงมาก เนื่องจากมวลโมเลกุลมากแสดง
ว่าอิเล็กตรอนก็มากตามไปด้วยการไหลของอิเล็กตรอนไปอยู่ฝั่งเดียวกันก็จะมีจำนวนมาก ทำให้แสดง
สภาพขั้วชั่วคราวได้แรง ยกตัวอย่างเช่น I2 และ F2 จะเห็นว่า I2 มีมวลโมเลกุลมากกว่า ความแข็งแรง
ของแรงลอนดอนก็จะแข็งแรงกว่าแรงลอนดอน ใน F2 เป็นต้น
1.14.3 พันธะไฮโดรเจน
พันธะไฮโดรเจน เป็นแรงระหว่างโมเลกุลที่เกิดในกรณีที่ในโมเลกุลนั้น H อะตอม
สร้างพันธ์กับ F , O และ N อะตอม ของอีกโมเลกุลหนึ่ง ดังแสดง
ตัวอย่างโมเลกุลที่สามารถเกิดพันธะไฮโดรเจนได้ เช่น น้ำ (H2O) ในโมเลกุลเดียวกัน H อะตอมจะ
สร้างพันธะโคเวเลนต์กับ O อะตอม (แรงภายในโมเลกุล) ซึ่ง H อะตอมของน้ำในโมเลกุลหนึ่งจะสร้าง
พันธะไฮโดรเจน (แรงระหว่างโมเลกุล) กันอิเล็กตรอนคู่โดดเดี่ยวของ O อะตอม ของน้ำอีกโมเลกุล
หนึ่ง พันธะไฮโดรเจนเป็นแรงดึงดูดระหว่างโมเลกุลที่แข็งแรงที่สุดใน 3 ประเภทที่กล่าวข้างต้น ลำดับ
ความแข็งแรงของแรงระหว่างโมเลกุลทั้ง 3 ชนิด ดังแสดง

