Page 64 - ตำราเคมีอินทรีย์ [Jadsada Ratniyom]
P. 64

36                                                               ความรู้เบื้องต้นของเคมีอินทรีย์


                ตัวอย่างที่ 1.15 | การทำนายไฮบริดไดเซชันของสารอินทรีย์
                โจทย  ์   จงหาไฮบริดไดเซชันของอะตอมของ C ของสาร CH2O


                วิธีคิด   ให้เขียนโครงสร้างลิวอิสของสาร CH2O ก่อนจะได้














                          รอบอะตอม C มีหมู่แทนที่ คือ H เกาะอยู่ 2 หมู่ มีพันธะคู่สร้างพันธะกับออกซิเจนอยู่
                          1 พันธะ ดังนั้น C ต้องผสมออร์บิทัล 3 ออร์บิทัลเพื่อใช้สร้างพันธะซิกมา ดังนั้นไฮบริด

                          ไดเซชันของคาร์บอนประกอบด้วย s ออร์บิทัล 1 ออร์บิทัล และ p ออร์บิทัล 2 ออร์
                                                                                       2
                                                             2
                          บิทัล ดังนั้นไฮบริดไดเซชันของ C คือ sp  p ออร์บิทัลที่ว่าง อยู่ของ sp ไฮบริดออร์
                          บิทัลของคาร์บอนจะใช้ในการสร้างพันธะไพน์กับอะตอมของออกซิเจน



               1.13  สภาพขั้วของโมเลกุล

                       (Polarity of molecules)

                      ในหัวข้อ 1.5 ได้อธิบายเกี่ยวกับค่า EN และสภาพขั้วของพันธะไปแล้ว แต่ในหัวข้อนี้จะเป็น
               การศึกษาเกี่ยวกับสภาพขั้วของโมเลกุล โดยหากในโมเลกุลนั้นมีพนธะที่มีขั้ว แต่โมเลกุลไม่จำเป็นต้อง
                                                                     ั
               มีขั้วก็ได้ ในการทำนายว่าโมเลกุลใด ๆ เป็นโมเลกุลมีขั้วหรือไม่มีขั้ว มีหลักการคร่าวๆ ดังนี้
                      [1] เขียนโครงสร้างลิวอสของสาร และทำการเขียนรูปร่างโมเลกุลสามมิติของสาร
                                          ิ
                      [2] ใช้ความต่างของค่า EN ในการพิจารณาสภาพขั้วของพันธะก่อน จากนั้นกำหนดทิศทาง
               ของสภาพขั้วของพันธะ โดยใช้ลูกศร (     ) โดยหัวลูกศรชี้ที่อะตอมที่ค่า EN สูงกว่า
                      [3] พิจารณาว่า ทิศทางของลูกศรที่บ่งบอกสภาพขั้วหักล้างกันหรือไม่ หากทิศทางของลูกศร

               หักล้างกันหมด หมายความว่า โมเลกุลนั้นเป็นโมเลกุลไม่มีขั้ว แต่หากโมเลกุลนั้นทิศทางของลูกศร
               หักล้างไม่หมด สามารถกำหนดทิศทางลัพธ์ได้ (พิจารณาคล้ายกับการหาแรงลัพธ์ในวิชาฟิสิกส์จะเข้าใจ
               ง่ายขึ้น แต่อาจไม่ถึงขั้นต้องแตกเวกเตอร์)

               ตัวอย่างเช่น โมเลกุลของ CO2 เมื่อเขียนโครงสร้างลิวอิสและทำนายรูปร่างโมเลกุลของ CO2 แล้ว จะ

               พบว่า CO2 มีรูปร่างเป็นเส้นตรง และเมื่อกำหนดทิศทางของขั้วของพันธะตามแนวพันธะแล้วจะพบว่า
               ทิศทางของขั้วของพันธะหักล้างกันหมดไป แสดงว่าโมเลกุล CO2 เป็นโมเลกุลไม่มีขั้ว แต่พันธะมีขั้ว
               ดังแสดง
   59   60   61   62   63   64   65   66   67   68   69