Page 221 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 221
ี
ื
ื
ี
โจทก์ฟ้องว่ำ เม่อวันท่ ๕ ตุลำคม ๒๕๕๕ จ�ำเลยท่ ๑ ท�ำสัญญำสินเช่อเลตเตอร์
ออฟเครดิต (Letter of Credit) (L/C) และ/หรือ Domestic Letter Of Credit (DL/C) และ/หรือ
ื
ั
ทรสต์รซท (Trust Receipt) (T/R) และ/หรอ Domestic Trust Receipt (DT/R) และ/หรอ
ื
ี
ี
ื
ื
Shipping Guarantee (S/G) รวมเรียกว่ำ สินเช่อก่อนกำรขำย (Pre Sale) และรับซ้อต๋วแลกเงิน/หรือ
ั
เอกสำรกำรส่งสินค้ำออก (B/P) และหรือ Post Packing รวมเรียกว่ำสินเช่อหลังกำรขำย
ื
(Post Sale) โดยจ�ำเลยท่ ๑ มีสิทธิใช้สินเช่อก่อนกำรขำยและสินเช่อหลังกำรขำยในวงเงิน
ี
ื
ื
ั
ื
้
ิ
่
้
รวมกน ๓๐,๐๐๐,๐๐๐ บำท และวงเงนซอขำยเงนตรำตำงประเทศลวงหนำ (FX Global Line และ
ิ
่
Option Line) ในวงเงิน ๓๐,๐๐๐,๐๐๐ บำท ไว้กับโจทก์ โดยมีรำยละเอียดตำมสัญญำสินเช่อ
ื
ั
ั
ี
ี
�
ื
ิ
่
ั
ั
และบนทกข้อตกลงแนบท้ำยสญญำสนเช่อ ต่อมำวนท ๒๐ ธนวำคม ๒๕๕๖ จำเลยท่ ๑
ึ
ิ
่
ี
ิ
ู
ิ
ขอเปลยนแปลงประเภทสนเชอเป็นประเภทสนเชอเงนก้ระยะยำวเป็นเงน ๒๔,๓๐๕,๐๐๐ บำท
่
ื
่
ื
ิ
ตกลงเสียดอกเบี้ยให้โจทก์ในอัตรำดอกเบี้ย MLR ต่อปี ซึ่งขณะท�ำสัญญำโจทก์ประกำศก�ำหนด
ึ
ี
ี
ี
อัตรำดอกเบ้ยร้อยละ ๗.๒๕ ต่อปี ในกรณีผิดนัดช�ำระหน้เงินต้นหรือดอกเบ้ยงวดใดงวดหน่ง
ั
ี
หรือปฏิบัติผิดสัญญำไม่ว่ำข้อใดข้อหน่ง ให้ถือว่ำตกเป็นผู้ผิดนัดผิดสัญญำและให้หน้ท้งหมด
ึ
ี
ี
ถึงก�ำหนดช�ำระ และจ�ำเลยท่ ๑ ยินยอมเสียดอกเบ้ยในอัตรำดอกเบ้ยผิดนัด ในกำรกู้เงินน ี ้
ี
ื
จ�ำเลยท่ ๑ ได้รับเงินกู้ไปจำกโจทก์ถูกต้องครบถ้วนแล้วเพ่อช�ำระหน้ตำมสัญญำสินเช่อฉบับ
ื
ี
ี
ลงวันท่ ๕ ตุลำคม ๒๕๕๕ และเพ่อเป็นกำรประกันกำรช�ำระหน้ของจ�ำเลยท่ ๑ จ�ำเลยท่ ๒
ื
ี
ี
ี
ี
ผูกพันตนเข้ำค้ำประกันจ�ำเลยท่ ๑ ในหน้ทุกประเภทอย่ำงลูกหน้ร่วม และจ�ำเลยท่ ๑ น�ำสมุด
�
ี
ี
ี
ี
เงินฝำกประจ�ำมำท�ำสัญญำจ�ำน�ำสิทธิกำรรับเงินฝำกคืนให้กับโจทก์ในฐำนะผู้รับจ�ำน�ำและยินยอม
ี
ี
ี
ื
มอบเงินฝำกประจ�ำดังกล่ำวเพ่อเป็นประกันหน้ของจ�ำเลยท่ ๑ ท่มีต่อโจทก์ ภำยหลังจำกท ี ่
ี
ั
ี
ี
ื
จ�ำเลยท่ ๑ ท�ำสัญญำสินเช่อเงินกู้กับโจทก์แล้ว จ�ำเลยท่ ๑ ผ่อนช�ำระหน้ให้แก่โจทก์หลำยคร้ง
ื
ี
ั
แต่ไม่ตรงตำมจ�ำนวนและภำยในก�ำหนดระยะเวลำ โดยจ�ำเลยท่ ๑ ช�ำระหน้คร้งสุดท้ำยเม่อ
ี
วันที่ ๒๘ สิงหำคม ๒๕๕๘ ยังคงมีหนี้เงินต้นคงค้ำง ๑๕,๗๖๒,๔๙๕.๘๘ บำท โจทก์มีหนังสือ
บอกกล่ำวทวงถำมให้จ�ำเลยทั้งสองช�ำระหนี้ แต่จ�ำเลยทั้งสองเพิกเฉย โจทก์จึงน�ำเงินฝำกประจ�ำ
ี
ของจ�ำเลยท่ ๑ ท่ท�ำสัญญำจ�ำน�ำและท�ำหนังสือยินยอมไว้กับโจทก์มำหักช�ำระหน้เงินกู้ของ
ี
ี
ี
ี
จ�ำเลยท่ ๑ คงเหลือภำระหน้ค้ำงช�ำระ เป็นเงินต้น ๕,๙๕๓,๕๕๒.๗๕ บำท พร้อมดอกเบ้ย
ี
จนถึงวันฟ้องเป็นเงิน ๔๙,๒๗๑.๗๗ บำท รวมเป็นเงินท้งส้น ๖,๐๐๒,๘๒๔.๕๒ บำท ขอให้บังคับ
ั
ิ
จ�ำเลยทั้งสองร่วมกันช�ำระเงิน ๖,๐๐๒,๘๒๔.๕๒ บำท พร้อมดอกเบี้ยอัตรำร้อยละ ๑๕.๕๐ ต่อปี
ของต้นเงิน ๕,๙๕๓,๕๕๒.๗๕ บำท นับถัดจำกวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่ำจะช�ำระเสร็จแก่โจทก์
193

