Page 222 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 222
ี
ั
ื
จ�ำเลยท้งสองให้กำรว่ำ ผู้ท่ลงลำยมือช่อในหนังสือมอบอ�ำนำจและใบแต่งทนำย ไม่ม ี
อ�ำนำจกระท�ำกำรแทนโจทก์ โจทก์จึงไม่มีอ�ำนำจฟ้อง หน้ตำมสัญญำเลตเตอร์ออฟเครดิตและ
ี
ื
ี
ื
สัญญำทรัสต์รีซีททุกฉบับระงับไปแล้ว เน่องจำกมีกำรแปลงหน้ใหม่โดยกำรท�ำสินเช่อประเภท
สินเชื่อเงินกู้ระยะยำว จ�ำเลยที่ ๒ ในฐำนะผู้ค�้ำประกันตำมมูลหนี้เดิมจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์อีก
โจทก์ไม่ได้บอกกล่ำวให้ช�ำระหน้และบังคับจ�ำน�ำเงินฝำกแก่จ�ำเลยท้งสอง โจทก์จึงไม่มีอ�ำนำจ
ี
ั
ี
ี
ี
ฟ้อง จ�ำเลยท่ ๑ ผิดนัดช�ำระหน้มำนำนก่อนปี ๒๕๕๘ แต่โจทก์ไม่น�ำเงินฝำกของจ�ำเลยท่ ๑
ิ
ั
ึ
ี
ี
ี
ี
มำหักช�ำระหน้กลับปล่อยให้จ�ำเลยท้งสองเป็นหน้โจทก์เพ่มข้นและคิดดอกเบ้ยและเบ้ยปรับ
มำโดยตลอดเป็นกำรใช้สิทธิไม่สุจริต สัญญำระหว่ำงโจทก์และจ�ำเลยท้งสองเป็นสัญญำไม่เป็นธรรม
ั
จึงตกเป็นโมฆะ โจทก์ไม่มีสิทธิคิดดอกเบ้ยผิดนัดในอัตรำร้อยละ ๑๕.๕๐ ต่อปี และเป็นกำร
ี
เรียกดอกเบี้ยเกินอัตรำที่กฎหมำยก�ำหนดจึงตกเป็นโมฆะ สัญญำค�้ำประกันเป็นโมฆะ และโจทก์
ไม่ได้บอกกล่ำวไปยังจ�ำเลยที่ ๒ ผู้ค�้ำประกันภำยใน ๖๐ วัน นับแต่วันที่จ�ำเลยที่ ๑ ผิดนัด จ�ำเลย
ที่ ๒ จึงหลุดพ้นควำมรับผิดตำมสัญญำทรัสต์รีซีท โจทก์มีเพียงสิทธิในสินค้ำที่ผู้ขำยส่งมำให้แก่
จ�ำเลยที่ ๑ หรือมีเพียงสิทธิเรียกร้องในเงินที่จ�ำเลยที่ ๑ ขำยสินค้ำดังกล่ำวได้เท่ำนั้น ไม่มีสิทธิ
เรียกร้องในเงินหรือทรัพย์สินอื่นของจ�ำเลยทั้งสอง และจ�ำเลยที่ ๑ ได้ขำยสินค้ำและช�ำระเงินให้
ั
ิ
ุ
ั
แก่โจทก์ครบถ้วนตำมสญญำเลตเตอร์ออฟเครดตและสญญำทรสต์รีซททกฉบบแล้ว ฟ้องโจทก์
ั
ั
ี
เคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้อง
จ�ำเลยทั้งสองยื่นค�ำร้องว่ำ คดีนี้เป็นคดีแพ่งเกี่ยวกับเลตเตอร์ออฟเครดิตที่ออกเกี่ยวเนื่อง
ี
กับกำรแลกเปล่ยนสินค้ำหรือตรำสำรกำรเงินระหว่ำงประเทศหรือกำรให้บริกำรระหว่ำงประเทศ
ั
หรือกำรส่งเงินเข้ำมำในรำชอำณำจักรหรือส่งออกนอกรำชอำณำจักร ทรัสต์รีซีท รวมท้งกำร
ี
ประกันเก่ยวกับกิจกำรดังกล่ำว คดีน้จึงอยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลทรัพย์สิน
ี
ทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศกลำง ตำมมำตรำ ๗ (๕) และ (๖) แห่งพระรำชบัญญัติจัดต้ง
ั
ศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศและวิธีพิจำรณำคดีทรัพย์สินทำงปัญญำ
และกำรค้ำระหว่ำงประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙
ี
ในวันนัดพิจำรณำศำลจังหวัดมีนบุรีพิจำรณำแล้ว เห็นว่ำ กรณีมีปัญหำว่ำคดีน้อยู่ใน
อ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศหรือไม่ จึงส่ง
ส�ำนวนมำให้ประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษวินิจฉัยตำมพระรำชบัญญัติจัดต้งศำลทรัพย์สิน
ั
ทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศและวิธีพิจำรณำคดีทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำง
ประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙ มำตรำ ๙
194

