Page 255 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 255

ี
                 ื
                                                                                              ี
                                                            ึ
              ผู้ซ้อทุกรำยในข้อจ�ำกัดน้แล้ว หำกควำมเสียหำยเกิดข้นภำยหลังจำกช่วงเวลำดังกล่ำว จ�ำเลยท่ ๑
              และบริษัทผู้ผลิตไม่จ�ำต้องรับผิดชอบต่อควำมเสียหำยใด ๆ ขอให้ยกฟ้อง
                                     ี
                       ในวันนัดไกล่เกล่ย ศำลจังหวัดเชียงรำยพิจำรณำแล้ว เห็นว่ำ กรณีมีปัญหำว่ำคดีน  ้ ี
              อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศหรือไม่
              จึงให้รอกำรพิจำรณำพิพำกษำคดีไว้ช่วครำว แล้วเสนอปัญหำดังกล่ำวให้ประธำนศำลอุทธรณ์
                                               ั
                                                               ั
              คดีช�ำนัญพิเศษเป็นผู้วินิจฉัยตำมพระรำชบัญญัติจัดต้งศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำ
              ระหว่ำงประเทศและวิธีพิจำรณำคดีทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙
              มำตรำ ๙

                                                           ื
                                    ี
                                                 ี
                       วินิจฉัยว่ำ คดีน้เป็นคดีแพ่งเก่ยวกับกำรซ้อขำยระหว่ำงประเทศ ตำมพระรำชบัญญัต  ิ
                  ั
              จัดต้งศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศและวิธีพิจำรณำคดีทรัพย์สินทำงปัญญำ
              และกำรค้ำระหว่ำงประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙ มำตรำ ๗ (๕) หรือไม่ เห็นว่ำ โจทก์ฟ้องว่ำโจทก์ท�ำสัญญำ
               ื
                               ื
                                          ั
              ซ้อมะพร้ำวพร้อมด่มกับจ�ำเลยท้งสอง แต่สินค้ำเกิดควำมเสียหำย โจทก์จึงบอกเลิกสัญญำและ
                                           ี
                       ั
              ให้จ�ำเลยท้งสองคืนเงินค่ำสินค้ำท่ช�ำระไปแล้วพร้อมดอกเบ้ยให้แก่โจทก์ คดีน้โจทก์และจ�ำเลย
                                                                                  ี
                                                                  ี
              ท้งสองอยู่ในประเทศไทย ท�ำสัญญำซ้อขำยสินค้ำกันในประเทศไทย กำรส่งมอบสินค้ำตกลง
                                                ื
                ั
                                                                              ื
                                        ี
                                                ื
                                                                     ื
              ส่งมอบในประเทศไทย กำรท่โจทก์ผู้ซ้อมีวัตถุประสงค์ในกำรซ้อสินค้ำเพ่อส่งต่อไปยังประเทศ
                                                ื
                                       ั
              สำธำรณรัฐประชำชนจีนน้นก็เป็นเร่องท่โจทก์ไปด�ำเนินกำรเอง  จึงไม่ใช่สัญญำซ้อขำย
                                                                                           ื
                                                    ี
              ระหว่ำงประเทศ ส่วนท่จ�ำเลยท้งสองให้กำรว่ำ จ�ำเลยท้งสองไม่มีนิติสัมพันธ์กับโจทก์ และผู้ท  ี ่
                                   ี
                                                               ั
                                          ั
                                                             ิ
                        ื
              ท�ำสัญญำซ้อสินค้ำกับจ�ำเลยท่ ๑ คือบริษัทกำรลงทุนจงจ้ง สิบสองปันนำ จ�ำกัด ประเทศสำธำรณรัฐ
                                       ี
                                    ื
                                                                               ี
              ประชำชนจีนน้น ก็เป็นเร่องท่ต้องวินิจฉัยข้อเท็จจริงจำกพยำนหลักฐำนท่คู่ควำมแต่ละฝ่ำยจะ
                           ั
                                        ี
              ได้น�ำสืบต่อไปในช้นพิจำรณำว่ำผู้ใดเป็นผู้ท�ำสัญญำซ้อขำยสินค้ำกับจ�ำเลยท้งสอง ซ่งหำกรับ
                                                             ื
                                                                                 ั
                                                                                         ึ
                              ั
                                                                ั
                                                   ื
              ฟังข้อเท็จจริงได้ว่ำโจทก์ไม่ใช่ผู้ท�ำสัญญำซ้อขำย จ�ำเลยท้งสองก็ไม่ต้องรับผิดตำมฟ้อง โดยไม่
              จ�ำต้องวินิจฉัยถึงสิทธิ หน้ำที่ และควำมรับผิดระหว่ำงจ�ำเลยทั้งสองกับผู้ซื้อสินค้ำในต่ำงประเทศ
              แต่อย่ำงใด แต่หำกรับฟังข้อเท็จจริงได้ว่ำโจทก์เป็นผู้ท�ำสัญญำซ้อขำยสินค้ำกับจ�ำเลยท้งสอง
                                                                       ื
                                                                                            ั
              ก็เป็นกรณีที่ต้องพิจำรณำถึงสิทธิ หน้ำที่ และควำมรับผิดตำมสัญญำซื้อขำยสินค้ำระหว่ำงโจทก์
              กับจ�ำเลยท้งสองซ่งต่ำงอยู่ในประเทศไทยด้วยกันและมีกำรส่งมอบสินค้ำในประเทศไทย กรณ   ี
                        ั
                              ึ
              จึงไม่ใช่สัญญำซื้อขำยระหว่ำงประเทศ คดีนี้จึงไม่ใช่คดีแพ่งเกี่ยวกับกำรซื้อขำยระหว่ำงประเทศ
              อันอยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ
                                                               ั
              ตำมบทบัญญัติมำตรำ ๗ (๕) แห่งพระรำชบัญญัติจัดต้งศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำ
              ระหว่ำงประเทศและวิธีพิจำรณำคดีทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙
                                                     227
   250   251   252   253   254   255   256   257   258   259   260