Page 250 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 250

ื
                                                                         ึ
              สินค้ำมำกับเรือเดินสมุทรช่อ MV. SCSC FORTUNE V.๑๖๐๖ ซ่งเป็นผู้ขนส่งทำงทะเล และ
                                                                                           ื
              ออกเดินทำงจำกท่ำเรือต้นทำงประเทศสำธำรณรัฐประชำชนจีน มำถึงท่ำเรือกรุงเทพเม่อวันท   ี ่
                                             ิ
                                                           ี
              ๘ พฤษภำคม ๒๕๕๙ ซ่งเป็นอันส้นสุดภำระหน้ำท่ของผู้ขำย ผู้เอำประกันภัยว่ำจ้ำงจ�ำเลยให้
                                    ึ
              ด�ำเนินกำรน�ำสินค้ำออกจำกท่ำเรือ ขนถ่ำย และขนย้ำยสินค้ำทั้งหมดออกจำกเรือเพื่อไปส่งมอบ
                                                               ี
              ยังโรงงำนหรือโกดังของผู้เอำประกันภัย ภำยหลังจำกท่จ�ำเลยด�ำเนินพิธีกำรศุลกำกรเสร็จแล้ว
              และขนส่งสินค้ำมำถึงโรงงำนหรือโกดังของผู้เอำประกันภัย และก่อนผู้เอำประกันภัยรับมอบ
                                       ี
                                                                                           ึ
              สินค้ำไว้กลับพบว่ำ สินค้ำท่จ�ำเลยขนส่งมำได้รับควำมเสียหำยบุบ ยุบ เปียกน้ำ และข้นสนิม
                                                                                    �
                           ึ
                                 ึ
                                           ี
              จ�ำนวนมำก ซ่งเกิดข้นในขณะท่จ�ำเลยด�ำเนินกำรขนส่งสินค้ำและอยู่ในควำมครอบครองของ
              จ�ำเลยด้วยควำมประมำทเลินเล่อปรำศจำกควำมระมัดระวังของจ�ำเลยหรือพนักงำนหรือลูกจ้ำง
                                                                                ี
              หรือตัวแทนของจ�ำเลยผู้เอำประกันภัยโต้แย้งควำมเสียหำยไว้กับจ�ำเลยก่อนท่จะรับมอบสินค้ำไว้
              และแจ้งมำยังโจทก์ โจทก์จึงมอบหมำยให้ผู้ส�ำรวจภัยอิสระตรวจสอบควำมเสียหำยร่วมกับ
              ผู้เอำประกันภัย พบว่ำสินค้ำเหล็กม้วนเสียหำยเป็นจ�ำนวนมำกไม่สำมำรถน�ำมำใช้ได้ท้งส้น
                                                                                               ิ
                                                                                            ั
              ๔๐ ม้วน เป็นค่ำเสียหำย ๖๕๕,๗๙๓.๖๒ บำท โจทก์จึงพิจำรณำชดใช้ค่ำสินไหมทดแทนดังกล่ำว

                                                                                        ี
              ให้แก่ผู้เอำประกันภัยเป็นเงิน ๖๑๔,๘๙๘.๖๘ บำท และรับช่วงสิทธิจำกผู้เอำประกันภัยท่จะติดตำม
              เรียกร้องคืนจำกจ�ำเลย โจทก์มอบหมำยให้ทนำยควำมมีหนังสือทวงถำมไปยังจ�ำเลย แต่จ�ำเลย

              เพิกเฉย จ�ำเลยจึงต้องรับผิดต่อโจทก์เต็มจ�ำนวนมูลค่ำควำมเสียหำยอันมิอำจจะกล่ำวอ้ำง

              หรือจ�ำกัดควำมรับผิดได้ตำมกฎหมำย โจทก์ได้ช�ำระค่ำสินไหมทดแทนและรับช่วงสิทธิจำก

                                     ี
                             ั
                                                                                               ี
              ผู้เอำประกันภัยต้งแต่วันท่ ๒๔ พฤศจิกำยน ๒๕๕๙ เป็นเงิน ๖๕๕,๗๙๓.๖๒ บำท พร้อมดอกเบ้ย
                                                                            ้
               ั
                                                                ั
                                                                            ี
                                           ั
                                        ึ
              อตรำร้อยละ ๗.๕ ต่อปี จนถงวนฟ้องเป็นเวลำ ๑๖๕ วน เป็นดอกเบย ๒๒,๒๓๔.๑๐ บำท
              รวมเป็นเงิน ๖๗๘,๐๒๗.๗๒ บำท ขอให้บังคับจ�ำเลยช�ำระเงินแก่โจทก์ ๖๗๘,๐๒๗.๗๒ บำท
                         ี
              พร้อมดอกเบ้ยอัตรำร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๖๕๕,๗๙๓.๖๒ บำท นับถัดจำกวันฟ้องเป็นต้น
              ไปจนกว่ำจะช�ำระเสร็จแก่โจทก์
                                                                                          ิ
                                            ั
                          ั
                                                ิ
                       ในช้นตรวจฟ้อง ศำลทรพย์สนทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศกลำง พจำรณำ
              แล้ว เห็นว่ำ กรณีมีปัญหำว่ำคดีน้อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลทรัพย์สินทำงปัญญำ
                                            ี
              และกำรค้ำระหว่ำงประเทศหรือไม่ จึงให้รอกำรพิจำรณำพิพำกษำคดีไว้ช่วครำว แล้วเสนอปัญหำ
                                                                            ั
                                                                                           ั
              ดังกล่ำวให้ประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษเป็นผู้วินิจฉัยตำมพระรำชบัญญัติจัดต้งศำล
              ทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศและวิธีพิจำรณำคดีทรัพย์สินทำงปัญญำและ
              กำรค้ำระหว่ำงประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙ มำตรำ ๙




                                                     222
   245   246   247   248   249   250   251   252   253   254   255