Page 270 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 270
ั
ให้แก่โจทก์ตำมสัญญำ โจทก์ได้ติดต่อทวงถำมจ�ำเลยหลำยคร้ง แต่จ�ำเลยเพิกเฉยกำรกระท�ำ
ของจ�ำเลยท�ำให้โจทก์ได้รับควำมเสียหำย ขอให้บังคับจ�ำเลยช�ำระเงินจ�ำนวน ๓,๐๒๕,๔๒๕ บำท
ี
พร้อมดอกเบ้ยอัตรำร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงินจ�ำนวน ๒,๗๙๒,๗๐๐ บำท นับถัดจำก
วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่ำจะช�ำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จ�ำเลยช�ำระค่ำเสียโอกำสหรือขำดประโยชน์
ื
เดือนละ ๔๐๐,๐๐๐ บำท ให้แก่โจทก์นับถัดจำกวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่ำจะช�ำระเงินค่ำเคร่องจักร
คืนให้แก่โจทก์
จ�ำเลยให้กำรว่ำ โจทก์ไม่มีอ�ำนำจฟ้อง และจ�ำเลยขอปฏิเสธฟ้องทั้งสิ้นเนื่องจำกจ�ำเลย
ี
ไม่เคยเสนอรำคำเคร่องจักรพร้อมอุปกรณ์ให้แก่โจทก์ตำมท่โจทก์กล่ำวอ้ำงในค�ำฟ้องแต่อย่ำงใด
ื
ื
ั
ื
ไม่เคยรับเงินจำกโจทก์ ท้งยังไม่เคยตกลงกับโจทก์ในกำรท�ำสัญญำซ้อขำยเคร่องจักรพร้อม
อุปกรณ์แต่อย่ำงใด และไม่เคยตกลงกับโจทก์ว่ำจ�ำเลยจะเป็นผู้ด�ำเนินกำรขนส่ง จัดส่งและติดตั้ง
ื
ี
เคร่องจักรให้แก่โจทก์ ส�ำเนำเอกสำรท่โจทก์กล่ำวอ้ำงตำมฟ้องไม่ใช่ต้นฉบับไม่สำมำรถรับฟัง
เป็นพยำนหลักฐำนได้ ขอให้ยกฟ้อง
ในวันนัดพิจำรณำ ศำลจังหวัดสมุทรปรำกำรพิจำรณำแล้วเห็นว่ำ กรณีมีปัญหำว่ำ
ี
คดีน้อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ
ั
หรือไม่ จึงให้รอกำรพิจำรณำพิพำกษำคดีไว้ช่วครำว แล้วเสนอปัญหำดังกล่ำวให้ประธำน
ิ
ู
ศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพเศษเป็นผ้วนจฉย ตำมพระรำชบญญัติจัดต้งศำลทรพย์สินทำงปัญญำ
ิ
ิ
ั
ั
ั
ั
และกำรค้ำระหว่ำงประเทศและวิธีพิจำรณำคดีทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ
พ.ศ. ๒๕๓๙ มำตรำ ๙
ื
ี
ี
วินิจฉัยว่ำ คดีน้เป็นคดีแพ่งเก่ยวกับกำรซ้อขำยสินค้ำระหว่ำงประเทศ ตำมพระรำชบัญญัต ิ
ั
จัดต้งศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศและวิธีพิจำรณำคดีทรัพย์สินทำงปัญญำ
และกำรค้ำระหว่ำงประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙ มำตรำ ๗ (๕) หรือไม่ เห็นว่ำ คดีนี้โจทก์และจ�ำเลย
ต่ำงก็มีภูมิล�ำเนำอยู่ในประเทศไทย โดยโจทก์ฟ้องเรียกร้องสิทธิตำมสัญญำซ้อขำยเคร่องจักร
ื
ื
ั
่
้
่
ี
ึ
และจำเลยใหกำรปฏเสธวำไมเคยท�ำนตกรรมซอขำยกบโจทก์มำกอน กรณจงมขอพจำรณำในคด ี
ี
ิ
�
ิ
ิ
้
้
ิ
่
ื
เพียงว่ำ จ�ำเลยจะต้องรับผิดช�ำระเงินคืนให้แก่โจทก์ตำมสัญญำซื้อขำยเครื่องจักรตำมฟ้องโจทก์
ั
ั
หรือไม่เท่ำน้น ไม่มีปัญหำต้องพิจำรณำถึงสิทธิหน้ำท่และควำมรบผิดของผู้ซ้อกับผู้ขำยสินค้ำ
ื
ี
ี
ี
ื
ั
ี
ตำมหลกกฎหมำยเก่ยวกับกำรซ้อขำยสินค้ำระหว่ำงประเทศ คดีน้จึงไม่ใช่คดีแพ่งเก่ยวกับกำร
ซื้อขำยสินค้ำระหว่ำงประเทศที่อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและ
ั
กำรค้ำระหว่ำงประเทศ ตำมบทบัญญัติมำตรำ ๗ (๕) แห่งพระรำชบัญญัติจัดต้งศำลทรัพย์สิน
242

