Page 299 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 299
โจทก์ฟ้องว่ำ โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจ�ำกัด มีวัตถุประสงค์รับซื้อหรือรับโอน
ื
ื
สินทรัพย์ของสถำบันกำรเงินเพ่อน�ำมำบริหำร หรือจ�ำหน่ำยจ่ำยโอน หรือด�ำเนินกิจกำรอ่นท ี ่
เกี่ยวข้องกับธุรกิจตำมที่กฎหมำยก�ำหนด ส่วนจ�ำเลยเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหำชนจ�ำกัด
มีวัตถุประสงค์จัดตั้งโรงงำนอุตสำหกรรมผลิตเหล็ก โรงงำนรีดโลหะ ผลิต ซื้อ ขำย น�ำเข้ำ ส่งออก
จ�ำหน่ำยผลิตภัณฑ์เหล็กทุกชนิด และมีบริษัทแอลพีเอ็น แพลนเนอร์ จ�ำกัด เป็นผู้บริหำรแผนของ
ั
ื
ี
จ�ำเลย เม่อวันท่ ๑๙ สิงหำคม ๒๕๔๕ ศำลล้มละลำยกลำงมีค�ำส่งให้ฟื้นฟูกิจกำรของจ�ำเลย ต่อมำ
ั
ี
วันท่ ๖ สิงหำคม ๒๕๔๖ ศำลล้มละลำยกลำงมีค�ำส่งเห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจกำรของจ�ำเลย
ื
ื
เดิมจ�ำเลยเป็นลูกค้ำธนำคำรอิสลำมแห่งประเทศไทย ได้รับอนุมัติสินเช่อเพ่อกำรน�ำเข้ำและ
ส่งออกมำแล้วหลำยครั้ง เมื่อวันที่ ๓๐ มีนำคม ๒๕๕๓ ผู้บริหำรแผนของจ�ำเลยท�ำสัญญำวงเงิน
ื
เพ่อกำรน�ำเข้ำและส่งออกตำมเลตเตอร์ออฟเครดิตวงเงิน ๒๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บำท และท�ำสัญญำ
ทรัสต์รีซีทหลำยฉบับ ต่อมำวันท่ ๑๘ กรกฎำคม ๒๕๕๖ ศำลล้มละลำยกลำงมีค�ำส่งยกเลิก
ั
ี
กำรฟื้นฟูกิจกำรของจ�ำเลย และวันท่ ๒๙ มิถุนำยน ๒๕๖๐ โจทก์รับโอนสินทรัพย์และหลักประกันจำก
ี
ธนำคำรอิสลำมแห่งประเทศไทย โดยจ�ำเลยมีหน้ตำมสัญญำวงเงินเพ่อกำรน�ำเข้ำและส่งออกตำม
ื
ี
ิ
เลตเตอร์ออฟเครดิต และทรัสต์รีซีทรวมท้งส้น ๓๖๖,๐๐๔,๑๑๗.๓๕ บำท และหน้ค่ำชดเชยผิดนัด
ี
ั
อัตรำร้อยละ ๑๕ ต่อปี ๑๖๙,๕๒๔,๘๗๙.๐๗ บำท โจทก์บอกกล่ำวแก่จ�ำเลยแล้ว แต่จ�ำเลยไม่ช�ำระ
หนี้ดังกล่ำว ขอให้บังคับจ�ำเลยช�ำระหนี้ ๓๖๖,๐๐๔,๑๑๗.๓๕ บำท พร้อมค่ำชดเชยผิดนัดอัตรำ
ร้อยละ ๑๕ ต่อปี ของต้นเงินดังกล่ำว ๑๖๙,๕๒๔,๘๗๙.๗๐ บำท นับถัดจำกวันฟ้องเป็นต้นไป
จนกว่ำจะช�ำระเสร็จแก่โจทก์
จ�ำเลยให้กำรว่ำ โจทก์ไม่มีอ�ำนำจฟ้อง จ�ำเลยอยู่ระหว่ำงกำรฟื้นฟูกิจกำร อ�ำนำจบริหำร
กิจกำรเป็นของผู้บริหำรแผน จ�ำเลยไม่เคยท�ำสัญญำสินเชื่อเพื่อกำรน�ำเข้ำและส่งออก ไม่เคยขอ
เปิดเลตเตอร์ออฟเครดิต และไม่เคยท�ำสัญญำทรัสต์รีซีทตำมฟ้อง กำรโอนสิทธิเรียกร้องระหว่ำง
โจทก์และธนำคำรอิสลำมแห่งประเทศไทยไม่ชอบด้วยกฎหมำย โจทก์ค�ำนวณอัตรำก�ำไร อัตรำ
ชดเชย ดอกเบี้ย และอัตรำแลกเปลี่ยนไม่ถูกต้องตำมกฎหมำย นอกจำกนี้ กำรรับโอนทรัพย์สิน
และหน้สินระหว่ำงโจทก์และธนำคำรอิสลำมแห่งประเทศไทยเป็นกำรแปลงหน้ใหม่ด้วยกำร
ี
ี
ี
ี
เปล่ยนตัวเจ้ำหน้ ท�ำให้หน้เดิมระงับ โจทก์จึงไม่มีสิทธิตำมมูลหน้เดิมมำฟ้องบังคับจ�ำเลย และกำร
ี
ี
โอนสิทธิเรียกร้องไม่ชอบตำมกฎหมำยเน่องจำกโจทก์ไม่ได้บอกกล่ำวจ�ำเลยเป็นหนังสือ ดอกเบ้ย
ี
ื
ี
ตำมฟ้องค้ำงช�ำระเกินห้ำปี จึงขำดอำยุควำม และโจทก์ไม่เคยบอกกล่ำวบังคับช�ำระหน้กับจ�ำเลย
ขอให้ยกฟ้อง
271

