Page 300 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 300

ี
                          ั
                       ในช้นช้สองสถำน ศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศกลำงเห็นว่ำ
                                 ี
              กรณีมีปัญหำว่ำ คดีน้อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำ
              ระหว่ำงประเทศกลำงหรือไม่ จึงให้รอกำรพิจำรณำพิพำกษำไว้ชั่วครำว และเสนอปัญหำดังกล่ำว
                                                                                   ั
              ให้ประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนำญพิเศษเป็นผู้วินิจฉัย ตำมพระรำชบัญญัติจัดต้งศำลทรัพย์สิน
              ทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศและวิธีพิจำรณำคดีทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำง

              ประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙ มำตรำ ๙
                                                            ี
                                                           ี
                                                                            ั
                                                                        ี
                                                      ่
                            ั
                              ่
                        ิ
                                                    ั
                                                 ิ
                       วนิจฉยวำ กรณีมีปัญหำต้องวินจฉยวำ คดน้เป็นคดีแพ่งเก่ยวกบเลตเตอร์ออฟเครดิตท ี ่
              ออกเกี่ยวเนื่องกับกิจกรรมตำมมำตรำ ๗ (๕) กำรส่งเงินเข้ำมำหรือส่งออกไปนอกรำชอำณำจักร
                             ั
              ทรัสต์รีซีท รวมท้งกำรประกันเก่ยวกับกิจกำรดังกล่ำวตำมมำตรำ ๗ (๖) แห่งพระรำชบัญญัต  ิ
                                          ี
                  ั
              จัดต้งศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙ หรือไม่ เห็นว่ำ เม่อ
                                                                                               ื
                                     ื
              พิเครำะห์ถึงสัญญำวงเงินเพ่อกำรน�ำเข้ำและส่งออกระหว่ำงโจทก์และจ�ำเลยตำมเลตเตอร์ออฟเครดิต
              และสัญญำทรัสต์รีซีท โดยขณะท�ำสัญญำวงเงินเพ่อกำรน�ำเข้ำและส่งออกเพ่อขอสินเช่อ
                                                             ื
                                                                                      ื
                                                                                               ื
              กับผู้โอนสิทธิเป็นธนำคำรพำณิชย์ได้รับอนุญำตให้ประกอบกิจกำรในประเทศไทย และบริษัท
                                                         ี
                                                                    ึ
              จ�ำเลยก็มีภูมิล�ำเนำอยู่ในประเทศไทย จึงเป็นกรณีท่ผู้ให้บริกำรซ่งอยู่ในประเทศไทยให้บริกำรด้ำน
              สินเชื่อแก่ผู้รับบริกำรซึ่งอยู่ในประเทศไทยด้วยกัน เพื่อจ�ำเลยจะได้ใช้เงินนั้นในกำรส่งออกสินค้ำ
                                                                                      ื
                                  ื
                   ื
                              ื
              เป็นเร่องของสินเช่อเพ่อสนับสนุนกำรส่งออกสินค้ำไปขำยต่ำงประเทศ ไม่ใช่กำรซ้อขำยสินค้ำ
                                                                         ี
              ระหว่ำงประเทศ อันมีลักษณะเป็นกิจกรรมตำมมำตรำ ๗ (๕) คดีน้จึงไม่มีลักษณะเป็นคดีแพ่ง
                                                                 ี
                                                           ี
                                                                     ื
              เก่ยวกับเลตเตอร์ออฟเครดิตและสัญญำทรัสต์รีซีทท่ออกเก่ยวเน่องกับกิจกรรมกำรซ้อขำยสินค้ำ
                                                                                      ื
                ี
                                                                 ั
              ระหว่ำงประเทศ ตำมมำตรำ ๗ (๖) แห่งพระรำชบัญญัติจัดต้งศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำ
              ระหว่ำงประเทศและวิธีพิจำรณำคดีทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙
              คดีน้จึงไม่อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ
                  ี
                                                                                 ึ
                       กรณีมีปัญหำต้องวินิจฉัยประกำรต่อมำว่ำ คดีน้เป็นคดีล้มละลำยซ่งศำลล้มละลำยม ี
                                                                 ี
              อ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำตำมพระรำชบัญญัติจัดต้งศำลล้มละลำยและวิธีพิจำรณำคดีล้มละลำย
                                                          ั
              พ.ศ. ๒๕๔๒ มำตรำ ๗ หรือไม่ เห็นว่ำ ตำมพระรำชบัญญัติจัดตั้งศำลล้มละลำยและวิธีพิจำรณำ
              คดีล้มละลำย พ.ศ. ๒๕๔๒ มำตรำ ๓ ให้นิยำม “คดีล้มละลำย” หมำยควำมว่ำ คดีตำมกฎหมำย
              ว่ำด้วยล้มละลำย และให้หมำยควำมรวมถึงคดีแพ่งที่เกี่ยวพันกับคดีดังกล่ำวด้วย เมื่อข้อเท็จจริง
                                      ่
                                         �
                                                                                          ี
                                      ื
                                                                                          ้
                                                                               ิ
                                                                             ิ
                                                                  �
              ได้ควำมว่ำ ทนำยจ�ำเลยยนคำร้องขอให้ศำลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษวนจฉยว่ำคดีนเป็นคด       ี
                                                                                 ั
              ล้มละลำยหรือไม่ เม่อพิจำรณำตำมค�ำฟ้องของโจทก์เป็นกำรกล่ำวอ้ำงถึงสิทธิเรียกร้องอันเป็น
                                ื
                                                     272
   295   296   297   298   299   300   301   302   303   304   305