Page 303 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 303

ื
                                                            ี
                                                         ี
              กำรให้บริกำรระหว่ำงประเทศและนิติกรรมท่เก่ยวเน่อง ตำมบทบัญญัติมำตรำ ๗ (๕)
                              ั
              แห่ง พ.ร.บ. จัดต้งศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศและวิธีพิจำรณำ
              คดีทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙
                                      _____________________________



                       โจทก์ฟ้องและแก้ไขค�ำฟ้องว่ำ โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหำชนจ�ำกัดประกอบ
              ธุรกิจธนำคำรพำณิชย์ ส่วนจ�ำเลยที่ ๑ เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจ�ำกัด มีจ�ำเลยที่ ๒ และที่ ๓

              เป็นกรรมกำรผู้มีอ�ำนำจ จ�ำเลยที่ ๑ เป็นลูกค้ำของโจทก์ โดยมีจ�ำเลยที่ ๒ และที่ ๓ เข้ำค�้ำประกัน

                                              ี
                                      ี
              กำรช�ำระหน้ เก่ยวกับคดีน้ จ�ำเลยท่ ๑ ได้ท�ำสัญญำกู้เบิกเงินเกินบัญชีไว้ต่อโจทก์เป็นวงเงิน
                         ี
                            ี
              ทั้งสิ้น ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บำท ออกตั๋วสัญญำใช้เงินจ�ำนวน ๒ ฉบับ ท�ำสัญญำเงินกู้จ�ำนวน ๕ ฉบับ
                                                          ี
              และสัญญำกำรใช้บัตรเครดิต นอกจำกน้ จ�ำเลยท่ ๑ ได้ขอให้โจทก์สนับสนุนทำงกำรเงินแก่
                                                  ี
                                                                                       ี
                                                 ื
                     ี
                                      ื
                                             ั
                                                                   ิ
              จ�ำเลยท่ ๑ ในรูปของสินเช่อระยะส้นเพ่อกำรส่งออก (แพคก้งเครดิต) โดยจ�ำเลยท่ ๑ จะออก
              ต๋วสัญญำใช้เงินตำมจ�ำนวนเงินท่ได้รับไปจำกโจทก์เป็นหลักฐำนให้แก่โจทก์และจ�ำเลยท่ ๑ จะ
                                           ี
               ั
                                                                                          ี
                                               ี
              ช�ำระเงินให้แก่โจทก์ตำมก�ำหนดเวลำท่ตกลงกันไว้ โจทก์อนุมัติวงเงินท้งส้น ๒๙๐,๐๐๐,๐๐๐ บำท
                                                                            ิ
                                                                          ั
                                                        ี
                                               ี
                                                                                           ื
                                                                                    ี
              ในกำรอนุมัติวงเงินดังกล่ำวมีจ�ำเลยท่ ๒ และท่ ๓ เป็นผู้ค้ำประกันกำรช�ำระหน้ และเพ่อเป็น
                                                                  �
              หลักประกันกำรช�ำระหนี้ของจ�ำเลยทั้งสำม จ�ำเลยที่ ๑ ได้จดทะเบียนจ�ำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้ำง
              กับเคร่องจักร ๔๓ เคร่อง ต่อมำจ�ำเลยท่ ๑ ผิดนัดช�ำระหน้ในสัญญำดังกล่ำวท้งหมดและยัง
                    ื
                                                   ี
                                   ื
                                                                                     ั
                                                                    ี
                                                       ั
                           ี
                                                                                              ี
              คงค้ำงช�ำระหน้แก่โจทก์ กำรกระท�ำของจ�ำเลยท้งสำมท�ำให้โจทก์เสียหำย ขอให้บังคับจ�ำเลยท่ ๑
                                                             ี
              ช�ำระเงิน ๔๓๕,๒๖๐,๗๕๕.๖๑ บำท พร้อมดอกเบ้ยในอัตรำร้อยละ ๑๕ ต่อปี ของต้นเงิน
              จ�ำนวน ๓๙๙,๑๔๔,๒๙๖.๐๒ บำท นับถัดจำกวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่ำจะช�ำระเสร็จแก่โจทก์
              ให้จ�ำเลยที่ ๒ ช�ำระหนี้ร่วมกับจ�ำเลยที่ ๑ เป็นเงิน ๔๓๑,๙๔๐,๓๔๔.๙๘ บำท พร้อมดอกเบี้ย
                                                                                  ั
                                                                                     ั
                                              ิ
                  ั
                                                 �
                                                                                           ั
              ในอตรำร้อยละ ๑๕ ต่อปี ของต้นเงนจำนวน ๓๙๕,๙๕๙,๓๔๗.๔๙ บำท นบถดจำกวนฟ้อง
                                                                             ั
                                                                                �
                                                                                               ิ
                                                                                      ี
                                                                                      ่
                                                             ี
                                                             ่
                                 �
                                       ็
                                                       �
              เป็นต้นไปจนกว่ำจะชำระเสรจแก่โจทก์ และให้จำเลยท ๓ ชำระหนร่วมกบจำเลยท ๑ เป็นเงน
                                                                        ี
                                                                        ้
                                                                  �
                                                    ี
              ๓๐๘,๙๐๑,๕๘๗.๗๘ บำท พร้อมดอกเบ้ยในอัตรำร้อยละ ๑๕ ต่อปี ของต้นเงินจ�ำนวน
              ๓๐๖,๙๖๒,๓๔๗.๔๙ บำท นับถัดจำกวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่ำจะช�ำระเสร็จแก่โจทก์ หำกจ�ำเลย
              ทั้งสำมไม่ช�ำระหนี้ดังกล่ำวข้ำงต้นให้ยึดทรัพย์สินที่จ�ำนองไว้กับโจทก์เพื่อบังคับช�ำระหนี้
                       จ�ำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ให้กำรว่ำ โจทก์ไม่มีอ�ำนำจฟ้อง โจทก์คิดดอกเบี้ยตำมตั๋วสัญญำ
              ใช้เงินไม่ชอบด้วยกฎหมำย จ�ำเลยที่ ๑ ไม่เคยท�ำสัญญำสินเชื่อเพื่อกำรส่งออก (แพคกิ้งเครดิต)
                                                     275
   298   299   300   301   302   303   304   305   306   307   308