Page 307 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 307
ได้เบิกวงเงินตั๋วเงิน โดยจ�ำเลยที่ ๑ ออกตั๋วสัญญำใช้เงินจ�ำนวน ๑๓๕ ฉบับ สัญญำเงินกู้ สัญญำ
เบิกเงินเกินบัญชี ค่ำเบี้ยประกันภัย โจทก์อนุมัติวงเงินทั้งสิ้น ๑๕๒,๙๖๓,๒๑๓.๙๖ บำท ในกำร
อนุมัติวงเงินดังกล่ำวมีจ�ำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ เป็นผู้ค�้ำประกันกำรช�ำระหนี้ และเพื่อเป็นหลักประกัน
ี
ี
ิ
ี
ี
ั
ี
กำรช�ำระหน้ของจ�ำเลยท้งส่ จ�ำเลยท่ ๑ ถึงท่ ๓ ได้จดทะเบียนจ�ำนองท่ดินพร้อมส่งปลูกสร้ำง
กับเครื่องจักร ๕ เครื่อง และหลักประกันทำงธุรกิจประเภทสิทธิเรียกร้องในลูกหนี้กำรค้ำ ต่อมำ
จ�ำเลยที่ ๑ ผิดนัดช�ำระหนี้ในสัญญำดังกล่ำวทั้งหมดและยังคงค้ำงช�ำระหนี้แก่โจทก์ กำรกระท�ำ
ของจ�ำเลยท้งส่ท�ำให้โจทก์เสียหำย ขอให้บังคับจ�ำเลยท่ ๑ ช�ำระเงิน๑๘๒,๓๐๑,๓๕๔.๑๖ บำท
ี
ี
ั
ี
พร้อมดอกเบ้ยในอัตรำร้อยละ ๑๘ ต่อปี ของต้นเงินจ�ำนวน ๑๕๒,๙๖๓,๒๑๓.๙๖ บำท นับถัดจำก
วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่ำจะช�ำระเสร็จแก่โจทก์ หำกจ�ำเลยที่ ๑ ไม่ช�ำระ ให้จ�ำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔
ร่วมกันหรือแทนกันช�ำระเงิน ๑๘๒,๓๐๑,๓๕๔.๑๖ บำท พร้อมดอกเบี้ยในอัตรำร้อยละ ๑๘ ต่อปี
ของต้นเงินจ�ำนวน ๑๕๒,๙๖๓,๒๑๓.๙๖ บำท นับถัดจำกวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่ำจะช�ำระเสร็จ
ี
ี
ั
ี
แก่โจทก์ หำกจ�ำเลยท้งส่ไม่ช�ำระหน้ดังกล่ำวข้ำงต้นให้ยึดทรัพย์สินท่จ�ำนองไว้แก่โจทก์ และให้
จ�ำเลยที่ ๑ ส่งมอบหลักประกันทำงธุรกิจประเภทสิทธิเรียกร้องในลูกหนี้กำรค้ำและสินค้ำคงคลัง
ตำมที่ระบุไว้ในสัญญำหลักประกันทำงธุรกิจเพื่อบังคับช�ำระหนี้จนเสร็จสิ้นแก่โจทก์
จ�ำเลยทั้งสี่ขำดนัดยื่นค�ำให้กำร
ี
ในวันนัดพิจำรณำ ศำลจังหวัดนนทบุรีเห็นว่ำ กรณีมีปัญหำว่ำ คดีน้อยู่ในอ�ำนำจ
พิจำรณำพิพำกษำของศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศหรือไม่ จึงให้รอกำร
ุ
ั
ั
่
่
้
ั
้
พจำรณำพพำกษำคดไวชวครำว แลวเสนอปญหำดงกลำวใหประธำนศำลอทธรณคดชำนญพเศษ
�
ี
์
ี
ิ
ิ
ั
ิ
้
ั
ั
เป็นผู้วินิจฉัย ตำมพระรำชบัญญัตจัดต้งศำลทรพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ
ิ
และวิธีพิจำรณำคดีทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙ มำตรำ ๙
ี
ี
วินิจฉัยว่ำ มีปัญหำต้องวินิจฉัยว่ำ คดีน้เป็นคดีแพ่งเก่ยวกับกำรให้บริกำรระหว่ำงประเทศ
กำรส่งเงินเข้ำมำหรือส่งออกไปนอกรำชอำณำจักร และคดีแพ่งเก่ยวกับเลตเตอร์ออฟเครดิต
ี
และทรัสต์รีซีท ตำมพระรำชบัญญัติจัดต้งศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำง
ั
ประเทศและวิธีพิจำรณำคดีทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙
ี
มำตรำ ๗ (๕) (๖) หรือไม่ เห็นว่ำ คดีน้เป็นคดีท่ฟ้องเรียกร้องสิทธิตำมสัญญำกู้เบิกเงินเกิน
ี
บัญชี ตั๋วสัญญำใช้เงิน สัญญำเงินกู้ และหนี้ค่ำประกันภัย อันเป็นสัญญำสินเชื่อภำยในประเทศ
ระหว่ำงคู่สัญญำท่อยู่ในประเทศไทยและประกอบกิจกำรในประเทศไทย จึงไม่ใช่นิติกรรมท ี ่
ี
ี
เป็นเรองระหว่ำงประเทศ คดนจงไม่ใช่คดแพ่งเกยวกบกำรให้บรกำรระหว่ำงประเทศหรอกำร
ื
่
ื
ั
ี
ี
่
ี
้
ึ
ิ
279

