Page 358 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 358

จ�ำเลยให้กำรว่ำ โจทก์ไม่มีอ�ำนำจฟ้องเพรำะจ�ำเลยไม่มีนิติสัมพันธ์กับโจทก์และไม่ได้

              โต้แย้งสิทธิโจทก์ ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม จ�ำเลยไม่ได้ท�ำสัญญำจ้ำงนำงสำวเมธำพร ส�ำหรับ

                                                                                   ื
              รูปแบบกำรขำย กำรประชำสัมพันธ์ วิธีกำรเสนอขำยให้แก่ลูกค้ำรวมถึงรำยช่อและหมำยเลข
                                                                         ่
                                               ี
                                       ู
                                                                         ื
                                          ั
              โทรศัพท์ของลูกค้ำ เป็นข้อมลท่วไปท่บุคคลหรือผู้ประกอบกิจกำรอนสำมำรถเข้ำถึงได้ จ�ำเลย
              ไม่ได้เอำรำยช่อและหมำยเลขโทรศัพท์ของลูกค้ำโจทก์ไปตำมท่โจทก์กล่ำวอ้ำงและไม่ได้
                                                                         ี
                           ื
              ชักชวนพนักงำนของโจทก์ให้ลำออกแล้วไปท�ำงำนกับจ�ำเลย จ�ำเลยไม่ได้กระท�ำละเมิดต่อโจทก์
              ฟ้องโจทก์เป็นกำรใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ขอให้ยกฟ้อง
                       ในวันนัดพิจำรณำศำลแพ่งพระโขนงเห็นว่ำ กรณีมีปัญหำว่ำคดีน้อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำ
                                                                              ี
              พิพำกษำของศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศหรือไม่ จึงให้รอกำรพิจำรณำ

              พิพำกษำคดีไว้ช่วครำว แล้วเสนอปัญหำดังกล่ำวให้ประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษเป็น
                             ั
              ผู้วินิจฉัยตำมพระรำชบัญญัติจัดต้งศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศและ
                                            ั
              วิธีพิจำรณำคดีทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙ มำตรำ ๙

                       วินิจฉัยว่ำ คดีน้เป็นคดีแพ่งเก่ยวกับข้อพิพำทในควำมลับทำงกำรค้ำตำมพระรำชบัญญัต  ิ
                                    ี
                                               ี
              จัดต้งศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศและวิธีพิจำรณำคดีทรัพย์สินทำงปัญญำ
                  ั
              และกำรค้ำระหว่ำงประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙ มำตรำ ๗ (๙) หรือไม่ เห็นว่ำ คดีน้โจทก์ฟ้องกล่ำวอ้ำงว่ำ
                                                                             ี
              จ�ำเลยประกอบกิจกำรแข่งขันกับกิจกำรของโจทก์โดยเลียนแบบกำรด�ำเนินธุรกิจขำยสินค้ำ

              ท้งรูปแบบกำรขำย กำรประชำสัมพันธ์ วิธีกำรขำยวิธีกำรส่อสำร และกำรน�ำเสนอของลูกค้ำ
                                                                   ื
                ั
              และเอำรำยช่อและหมำยเลขโทรศัพท์ของลูกค้ำของโจทก์ไปจึงเป็นกำรกระท�ำละเมิดต่อโจทก์
                          ื
              และให้ช�ำระค่ำเสียหำยอันเป็นกำรฟ้องในลักษณะมูลละเมิดโดยท่วไปไม่ใช่มูลละเมิดสิทธ   ิ
                                                                          ั
              ในควำมลับทำงกำรค้ำตำมพระรำชบัญญัติควำมลับทำงกำรค้ำ พ.ศ. ๒๕๔๕ มำตรำ ๓

              และมำตรำ ๖ เพรำะไม่ได้มีกำรกล่ำวอ้ำงว่ำสิทธิในทำงทรัพย์สินของโจทก์ตำมฟ้องมีลักษณะ

              เป็นควำมลับทำงกำรค้ำและขออำศัยสิทธิในฐำนะเจ้ำของควำมลับทำงกำรค้ำฟ้องผู้กระท�ำกำร
              ละเมิดสิทธิในควำมลับทำงกำรค้ำตำมพระรำชบัญญัติดังกล่ำว  คดีน้จึงไม่ใช่คดีแพ่ง
                                                                                 ี
                ี
              เก่ยวกับข้อพิพำทในควำมลับทำงกำรค้ำตำมบทบัญญัติมำตรำ ๗ (๙) แห่งพระรำชบัญญัต        ิ
              จัดต้งศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศและวิธีพิจำรณำคดีทรัพย์สินทำงปัญญำ
                  ั
              และกำรค้ำระหว่ำงประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙









                                                     330
   353   354   355   356   357   358   359   360   361   362   363