Page 406 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 406
สำมำรถบังคับให้ช�ำระภำษีตำมที่จ�ำเลยได้ค�ำนวณไว้ตำมหนังสือแจ้งกำรประเมินได้ทันทีภำยใน
ื
ั
ั
่
ี
ี
ิ
ระยะเวลำทมอย่ตำมประมวลรษฎำกร มำตรำ ๑๒ โดยถอว่ำนำยประชยได้รบแจ้งกำรประเมน
ั
ู
ให้เสียภำษีเงินได้บุคคลธรรมดำแล้วตั้งแต่วันที่ ๒๑ มีนำคม ๒๕๕๐ กรณีจึงครบก�ำหนดเวลำที่
นำยประชัยต้องช�ำระภำษีอำกรที่ค้ำงภำยในวันที่ ๒๐ เมษำยน ๒๕๕๐ และพ้นก�ำหนดระยะเวลำ
ิ
�
ี
ิ
ี
ึ
�
ื
ี
ี
่
ั
ั
ั
ิ
่
ทจำเลยมสทธยดและอำยดทรพย์สนของนำยประชยเพอชำระหน้ภำษตำมประมวลรัษฎำกร
ุ
ิ
ในวันท่ ๒๐ เมษำยน ๒๕๖๐ โดยไม่มีเหตุเร่องอำยุควำมสะดุดลงและเร่มนับอำยควำมใหม่ให้ต้อง
ื
ี
ื
ี
พิจำรณำเน่องจำกระยะเวลำกำรยึดทรัพย์ตำมประมวลรัษฎำกร มำตรำ ๑๒ วรรคส่ เป็นระยะ
เวลำกำรบังคับคดีตำมประมวลกฎหมำยวิธีพิจำรณำควำมแพ่ง มำตรำ ๒๗๔ (มำตรำ ๒๗๑ เดิม)
จ�ำเลยจึงไม่อำจเริ่มนับระยะเวลำใหม่จำกวันที่ศำลฎีกำมีค�ำพิพำกษำและกรณีไม่อำจนับก�ำหนด
ี
ี
ระยะเวลำบังคับคดี ๑๐ ปี นับแต่วันท่มีค�ำพิพำกษำถึงท่สุดตำมมำตรำ ๓๑ แห่งประมวลรัษฎำกร
ั
ุ
ื
ี
�
ี
ุ
ั
ั
ี
ั
ิ
มำบงคบใช้ได้เพรำะนำยประชยผู้ค้ำงชำระภำษเป็นผู้ไม่ได้รับอนมตให้ทเลำกำรเสยภำษหรอ
ให้รอค�ำวินิจฉัยอุทธรณ์หรือรอค�ำพิพำกษำจำกอธิบดีกรมสรรพำกรตำมมำตรำ ๓๑ หลังจำก
วันที่ ๒๐ เมษำยน ๒๕๖๐ อันเป็นวันพ้นก�ำหนดเวลำกำรยึดและอำยัดทรัพย์สินของนำยประชัย
ั
ตำมกฎหมำยแล้ว จ�ำเลยกระท�ำกำรอันมิชอบด้วยกฎหมำยโดยออกค�ำส่งท่ สภ. ๒/๗๔๕๓/๒๕๖๐
ี
ลงวันที่ ๓ สิงหำคม ๒๕๖๐ ให้ยึดทรัพย์สินของนำยประชัย คือที่ดินโฉนดเลขที่ ๙๘๘๒ ต�ำบล
พระโขนง (ที่ ๑๑ พระโขนงฝั่งเหนือ) อ�ำเภอพระโขนง กรุงเทพมหำนคร ซึ่งโจทก์ถือกรรมสิทธิ์
ร่วมกับนำยประชัย นำยประทีป และนำยประหยัด ไว้เพ่อขำยทอดตลำด คดีน้เป็นข้อพิพำท
ี
ื
เก่ยวกับกำรยึดทรัพย์ตำมอ�ำนำจหน้ำท่ของจ�ำเลยตำมประมวลรัษฎำกร มำตรำ ๑๒ วรรคส ่ ี
ี
ี
ี
แต่เป็นกำรกระท�ำตำมหน้ำท่ของจ�ำเลยท่ไม่ชอบด้วยกฎหมำย จึงมิใช่คดีพิพำทเก่ยวกับภำษ ี
ี
ี
อำกรตำมมำตรำ ๗ แห่งพระรำชบัญญัติจัดต้งศำลภำษีอำกรและวิธีพิจำรณำคดีภำษีอำกร
ั
ี
พ.ศ. ๒๕๒๘ ขอให้จ�ำเลยมีค�ำส่งเพิกถอนค�ำส่งยึดทรัพย์ท่ สภ. ๒/๗๔๕๓/๒๕๖๐ ลงวันท่ ๓
ั
ั
ี
ี
สิงหำคม ๒๕๖๐ ท่ให้ยึดท่ดินโฉนดเลขท่ ๙๘๘๒ ต�ำบลคลองตัน (ท่ ๑๑ พระโขนงฝั่งเหนือ)
ี
ี
ี
อ�ำเภอพระโขนง กรุงเทพมหำนคร
จ�ำเลยให้กำรว่ำ ตำมประมวลกฎหมำยรัษฎำกร มำตรำ ๑๒ มิได้ก�ำหนดระยะเวลำ
ในกำรบังคับช�ำระหนี้ภำษีอำกรค้ำงไว้โดยตรง หำกแต่มำตรำ ๑๒ วรรคสี่ ก�ำหนดให้วิธีกำรยึด
และขำยทอดตลำดทรัพย์สินให้ปฏิบัติตำมประมวลกฎหมำยวิธีพิจำรณำควำมแพ่งโดยอนุโลม
เท่ำนั้น ซึ่งเมื่อพิจำรณำบทบัญญัติตำมมำตรำ ๒๗๔ (มำตรำ ๒๗๑ เดิม) แห่งประมวลกฎหมำย
วิธีพิจำรณำควำมแพ่ง ได้ก�ำหนดระยะเวลำในกำรบังคับคดีไว้ว่ำให้บังคับคดีภำยใน ๑๐ ปี
378

