Page 410 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 410
ค�ำวินิจฉัยของประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษ บริษัททรีดี สตีล จ�ำกัด โจทก ์
ที่ วภ ๑/๒๕๖๐ กรมสรรพำกร จ�ำเลย
ั
ี
ข้อเท็จจริงตำมค�ำฟ้องได้ควำมว่ำพนักงำนเจ้ำหน้ำท่ของจ�ำเลยมีค�ำส่ง
ึ
ึ
โดยอำศัยอ�ำนำจตำมมำตรำ ๑๒ แห่ง ป.รัษฎำกร อำยัดเงินฝำกก่งหน่งในบัญช ี
เงินฝำกธนำคำร ก. ช่อบัญช กิจกำรร่วมค้ำ พ. ซ่งมีบริษัท ป. ผู้ค้ำงช�ำระภำษีอำกร
ี
ื
ึ
เป็นคู่สัญญำร่วมค้ำดังกล่ำว โจทก์คัดค้ำนกำรอำยัดบัญชีเงินฝำกดังกล่ำวว่ำโจทก์
ื
ซ้อหุ้นในกิจกำรร่วมค้ำ พ. ในส่วนของบริษัท ป. โดยเสียค่ำตอบแทนแล้ว โจทก์จึงเป็น
ผู้มีกรรมสิทธ์ในเงินฝำกตำมบัญชีเงินฝำกดังกล่ำวแต่เพียงผู้เดียว ขอให้เพิกถอนค�ำส่ง
ั
ิ
ื
อำยัดและเรียกค่ำเสียหำยจำกค�ำส่งอำยัดของจ�ำเลย เม่อจ�ำเลยให้กำรว่ำทรัพย์สินในบัญช ี
ั
ั
เงินฝำกในนำมกิจกำรร่วมค้ำเป็นกรรมสิทธ์ร่วมของผู้ร่วมค้ำ ค�ำส่งอำยัดเงินฝำกในบัญช ี
ิ
ึ
้
ดังกล่ำวก่งหน่งจึงชอบแล้ว ดังน ประเด็นข้อพิพำทจึงมีว่ำ เงินฝำกในบัญชีเงินฝำกท ี ่
ึ
ี
ั
ั
ั
ื
ิ
้
ึ
่
ึ
่
�
ี
ั
พนกงำนเจ้ำหน้ำทของจำเลยอำยดไว้กงหนงตำมฟ้องนนเป็นทรพย์สนของโจทก์หรอ
่
บรษท ป. และโจทก์ได้รบควำมเสยหำยหรอไม่ ไม่มกรณพพำทเกยวกบภำษอำกรตำม
ิ
ื
ี
ี
ี
ี
ั
ี
่
ิ
ั
ั
ที่ก�ำหนดไว้ในมำตรำ ๗ แห่ง พ.ร.บ. จัดตั้งศำลภำษีอำกรและวิธีพิจำรณำคดีภำษีอำกร
พ.ศ. ๒๕๒๘ คดีไม่อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลภำษีอำกร
______________________________
โจทก์ฟ้องว่ำ โจทก์ท�ำสัญญำกิจกำรร่วมค้ำกับบริษัทป๊อป คอนส์ เอ็นจิเนียร่ง จ�ำกัด
ิ
ใช้ช่อว่ำ กิจกำรร่วมค้ำ พีโอพี ทรีดี และร่วมกันเปิดบัญชีเงินฝำกธนำคำรกสิกรไทย จ�ำกัด
ื
(มหำชน) ประเภทเงินฝำกกระแสรำยวัน ช่อบัญชี กิจกำรร่วมค้ำ พีโอพี ทรีดี ต่อมำบริษัท
ื
ป๊อป คอนส์ เอ็นจิเนียร่ง จ�ำกัด ประสบปัญหำทำงเศรษฐกิจจึงตกลงโอนสิทธิให้โจทก์เป็น
ิ
�
ผู้ด�ำเนินกำรจัดหำวัสดุอุปกรณ์และสนับสนุนด้ำนกำรเงิน ตลอดจนหนังสือค้ำประกัน กำรบริหำร
กำรควบคุมงำนก่อสร้ำงและส่งมอบงำน และกำรเปิดบัญชีธนำคำรเพ่อรับเงินจำกผู้ว่ำจ้ำง โดย
ื
บริษัทป๊อป คอนส์ เอ็นจิเนียริ่ง จ�ำกัด ได้รับค่ำตอบแทนจำกโจทก์เป็นค่ำหุ้นจำกสัญญำกิจกำร
ร่วมค้ำเป็นเงิน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บำท โจทก์จึงเป็นผู้มีกรรมสิทธ์ในเงินท่อยู่ในบัญชีเงินฝำก
ิ
ี
กระแสรำยวัน ธนำคำรกสิกรไทย จ�ำกัด (มหำชน) ชื่อบัญชี กิจกำรร่วมค้ำ พีโอพี ทรีดี แต่เพียง
ผู้เดียว เมื่อวันที่ ๑๓ กรกฎำคม ๒๕๕๙ สรรพำกรภำค ๒ มีค�ำสั่งอำยัดตำมมำตรำ ๑๒ แห่ง
382

