Page 407 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 407

ี
                                             ึ
                                          ั
              นับแต่วันท่มีค�ำพิพำกษำหรือค�ำส่ง ซ่งแต่เดิมศำลฎีกำวินิจฉัยตีควำมเป็นบรรทัดฐำนไว้ว่ำหมำยถึง
                  ี
                                                                          ี
                                          ี
              วันท่ศำลมีค�ำพิพำกษำอันถึงท่สุด ตำมนัยค�ำพิพำกษำศำลฎีกำท่ ๘๑๖/๒๕๔๓ แต่ต่อมำ
              ศำลฎีกำโดยมติท่ประชุมใหญ่กลับแนววินิจฉัยเดิมเป็นว่ำหมำยควำมถึงวันท่มีค�ำพิพำกษำหรือ
                                                                                ี
                             ี
                  ั
                                                      ี
              ค�ำส่งช้นท่สุดในคดีน้น ฉะน้นหำกเป็นคดีท่มีกำรอุทธรณ์หรือฎีกำเป็นผลให้มีค�ำพิพำกษำ
                                        ั
                       ี
                    ั
                                 ั
                                                                                      ี
              หลำยศำลต่ำงช้นกัน กำรนับระยะเวลำ ๑๐ ปี ตำมบทบัญญัติดังกล่ำวต้องนับแต่วันท่มคำพิพำกษำ
                                                                                       �
                           ั
                                                                                     ี
              ของศำลสุดท้ำย ตำมค�ำพิพำกษำศำลฎีกำที่ ๑๐๗๓๑/๒๕๕๘ (ประชุมใหญ่), ๑๔๕๑๗/๒๕๕๘
                                                               ี
                                   ั
              และ ๔๖๗๓/๒๕๖๐ ดังน้น ระยะเวลำในกำรบังคับช�ำระหน้ค่ำภำษีอำกรค้ำงตำมประมวลรัษฎำกร
              มำตรำ ๑๒ ซึ่งมีที่มำจำกกำรประเมินภำษีอำกรจึงต้องตีควำมนัยเดียวกันกับประมวลกฎหมำย
                                                ั
                                                    ื
                                                                          ี
              วิธีพิจำรณำควำมแพ่ง มำตรำ ๒๗๔ ดังน้น เม่อศำลฎีกำมีค�ำพิพำกษำท่ ๓๘๓๕/๒๕๕๙ ให้ยกฟ้อง
              นำยประชัยกับพวก กำรประเมินภำษีอำกรของเจ้ำพนักงำนประเมินของจ�ำเลยจึงเป็นอันยุต     ิ
              ตำมค�ำพิพำกษำของศำลฎีกำซ่งวินิจฉัยว่ำกำรประเมินและค�ำวินิจฉัยอุทธรณ์ชอบด้วยกฎหมำย
                                         ึ
                                �
                                            ั
                                      ึ
                                                                                   ั
                                                                     ิ
                                                                 ั
              แล้ว จำเลยจงต้องทำกำรยด อำยด และขำยทอดตลำดทรพย์สนของนำยประชยลกหนค่ำภำษ            ี
                                                                                          ้
                    �
                                                                                          ี
                                                                                     ู
                          ึ
              อำกรอันเป็นกำรบังคับช�ำระหน้ ภำยใน ๑๐ ปี นับแต่ศำลฎีกำมีค�ำพิพำกษำ ตำมประมวลรัษฎำกร
                                         ี
              มำตรำ ๑๒ วรรคสี่ ประกอบประมวลกฎหมำยวิธีพิจำรณำควำมแพ่ง มำตรำ ๒๗๔ จึงเป็นกำร
              ยึดทรัพย์ภำยในก�ำหนดระยะเวลำตำมกฎหมำยแล้ว กำรท่โจทก์ฟ้องขอให้ศำลเพิกถอนกำร
                                                                   ี
                                                                                    ึ
              ยึดทรัพย์สินในคดีน้สืบเน่องมำจำกเจ้ำพนักงำนอำศัยอ�ำนำจยึดท่ดินของโจทก์ซ่งถือกรรมสิทธ ์ ิ
                                                                       ี
                               ี
                                    ื
                                                       ื
              ร่วมกับนำยประชัยผู้ค้ำงช�ำระค่ำภำษีอำกรเพ่อให้ได้รบช�ำระค่ำภำษีอำกรค้ำงตำมประมวล
                                                               ั
              รัษฎำกร มำตรำ ๑๒ อันเป็นกำรใช้สิทธิเรียกร้องของรัฐในหนี้ค่ำภำษีอำกร เมื่อโจทก์โต้แย้งว่ำ
              กำรใช้สิทธิเรียกร้องของรัฐดังกล่ำวเป็นกำรกระท�ำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมำย กรณีจึงเป็นคดีพิพำท
              เกี่ยวกับสิทธิเรียกร้องในหนี้ค่ำภำษีอำกรตำมมำตรำ ๗ (๒) แห่งพระรำชบัญญัติจัดตั้งศำลภำษี
                                                            ึ
              อำกรและวิธีพิจำรณำคดีภำษีอำกร พ.ศ. ๒๕๒๘ ซ่งอยู่ในอ�ำนำจกำรพิจำรณำพิพำกษำของ
              ศำลภำษีอำกรกลำง และนำยประชัยย่นฟ้องจ�ำเลยต่อศำลภำษีอำกรกลำงเป็นคดีหมำยเลขด�ำ
                                                ื
                                                                          ิ
                                                                               ี
                                                                             ิ
                                                                  �
                ี
                                                                                          ั
              ท ภ. ๑๐๘/๒๕๖๑ เพอขอให้ศำลมคำพพำกษำห้ำมมให้จำเลยใช้สทธเรยกร้องของรฐในหน            ้ ี
                                  ื
                                  ่
                ่
                                               �
                                                  ิ
                                              ี
                                                              ิ
              ค่ำภำษีอำกรตำมมำตรำ ๑๒ แห่งประมวลรัษฎำกร และให้เพิกถอนกำรยึด อำยัด และขำย
                                                                                  ั
                                                                                �
                                                                              ึ
                                        ั
                                                       �
                          ั
                                                                    ั
                                                                       ึ
                                                                       ่
              ทอดตลำดทรพย์สินตำมค�ำส่งกรมสรรพำกรจำนวนหลำยฉบบซงรวมถงคำส่งกรมสรรพำกร
              ท่ สภ. ๒/๗๔๕๓/๒๕๖๐ ลงวันท่ ๓ สิงหำคม ๒๕๖๐ ท่พิพำทกันในคดีน้ด้วยโดยนำยประชัย
                ี
                                                                ี
                                                                               ี
                                           ี
              อ้ำงเหตุของกำรขอให้เพิกถอนค�ำสั่งยึดทรัพย์สินเอำไว้ด้วยว่ำเป็นกำรยึดเมื่อพ้นก�ำหนด ๑๐ ปี
                                                                                           ี
              นับแต่วันครบก�ำหนดช�ำระภำษีอำกรอันเป็นกำรอ้ำงเหตุเช่นเดียวกับโจทก์อ้ำงในคดีน้ และ
                                                     379
   402   403   404   405   406   407   408   409   410   411   412