Page 488 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 488
ค�ำวินิจฉัยของประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษ นำงสำวณัฐกรำนต์หรือวฤณภำ
ที่ วร ๓๔/๒๕๖๔ ภิญโญหรือมะโนวรรณ์ โจทก์
ห้ำงหุ้นส่วนจ�ำกัด
ต้นตระกูลธุรกิจ กับพวก จ�ำเลย
้
ั
�
ตำมค�ำฟ้องโจทก์เป็นกำรกล่ำวอ้ำงว่ำโจทก์กับจำเลยทงสองนอกจำกจะเป็น
หุ้นส่วนกันแล้วยังมีนิติสัมพันธ์กันตำมสัญญำจ้ำงแรงงำนในฐำนะลูกจ้ำงกับนำยจ้ำง
ื
ั
อีกด้วย เม่อโจทก์อ้ำงว่ำจ�ำเลยท้งสองค้ำงจ่ำยค่ำจ้ำงระหว่ำงเดือนมิถุนำยน ๒๕๖๓ ถึง
ื
ี
เดือนธันวำคม ๒๕๖๓ ค�ำฟ้องโจทก์ส่วนน้จึงเป็นกำรฟ้องเพ่อใช้สิทธิเรียกร้องค่ำจ้ำง
ค้ำงจ่ำยตำมสัญญำจ้ำงแรงงำนและตำมกฎหมำยว่ำด้วยกำรคุ้มครองแรงงำน ส่วน
ี
ี
ั
ท่โจทก์ฟ้องต่อไปว่ำ กำรท่จ�ำเลยท้งสองไม่จ่ำยค่ำจ้ำงให้โจทก์ โจทก์จึงต้องกู้ยืมเงิน
ี
บุคคลภำยนอกมำใช้จ่ำยในชีวิตประจ�ำวัน โจทก์ต้องเป็นหน้และเสียดอกเบ้ยแก่เจ้ำหน ้ ี
ี
ั
ั
กำรกระท�ำของจ�ำเลยท้งสองจึงเป็นกำรกระท�ำละเมิดต่อโจทก์น้น ก็เป็นกำรอ้ำง
ื
ี
กำรกระท�ำท่เป็นผลต่อเน่องมำจำกค�ำฟ้องโจทก์ส่วนแรก จึงเป็นคดีอันเกิดแต่มูลละเมิด
ี
ระหว่ำงนำยจ้ำงและลูกจ้ำงเก่ยวกับกำรท�ำงำนตำมสัญญำจ้ำงแรงงำน จึงเป็นคดีแรงงำน
_____________________________
โจทก์ฟ้องว่ำ เมื่อวันที่ ๑ มีนำคม ๒๕๖๑ โจทก์ได้ร่วมลงทุนเป็นหุ้นส่วนในกิจกำรของ
ี
ั
ู
ุ
�
่
ี
�
จำเลยท ๑ โดยมจำเลยท ๒ เป็นห้นส่วนผ้จดกำรมอำนำจหน้ำทกระทำแทนผกพนจำเลยท ๑ ได้
ี
ั
ู
�
่
�
่
�
ี
่
ี
ี
ี
โจทก์มีต�ำแหน่งเป็นรองกรรมกำรผู้จัดกำร มีหน้ำท่ติดตำมทวงหน้ ได้รับค่ำจ้ำงอัตรำสุดท้ำย
ี
เดือนละ ๑๕,๐๐๐ บำท ก�ำหนดจ่ำยทุกวันส้นเดือน ระหว่ำงเดือนมิถุนำยน ๒๕๖๓ ถึงเดือน
ิ
็
ั
้
่
่
่
ี
้
�
ั
ี
่
่
ี
ธนวำคม ๒๕๖๓ จำเลยท ๑ โดยจำเลยท่ ๒ ซงเปนกรรมกำร ไมจำยคำจำงใหโจทก ตอมำวนท ๓๑
ึ
่
่
�
์
มกรำคม ๒๕๖๔ โจทก์ลำออกจำกกำรเป็นกรรมกำรผู้จัดกำรและลูกจ้ำงของจ�ำเลยท่ ๑ แต่จ�ำเลย
ี
ั
ท้งสองยังคงไม่ช�ำระเงินดังกล่ำว ขอให้บังคับจ�ำเลยท้งสองจ่ำยค่ำจ้ำงค้ำงจ่ำย ๑๐๕,๐๐๐ บำท
ั
พร้อมดอกเบ้ยอัตรำร้อยละ ๑๕ ต่อปี นับแต่วันท่ ๓๑ ธันวำคม ๒๕๖๓ เป็นต้นไปจนกว่ำ
ี
ี
ื
ั
จะช�ำระเสร็จแก่โจทก์ และขอให้บังคับจ�ำเลยท้งสองช�ำระค่ำเสียหำยเพ่อกำรละเมิดจำกกำร
่
้
�
ี
้
ื
้
ื
ิ
ี
ู
ี
ทโจทก์ต้องกยมเงินมำใชในชวตประจำวน ตองเป็นหนและเสยดอกเบยแกเจำหน เนองจำกจำเลย
้
่
�
ี
ี
่
้
้
้
ั
ี
ทั้งสองช�ำระเงินล่ำช้ำเป็นเงินค่ำเสียหำย ๑๐๐,๐๐๐ บำท แก่โจทก์
460

