Page 484 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 484

ั
                                  ้
               ั
                                                                          �
                                                                   ิ
                                     ั
                                                                                  ั
                                  ี
              ดงกล่ำว พร้อมดอกเบยอตรำร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของยอดเงนแต่ละจำนวน นบแต่วนฟ้องแย้ง
              เป็นต้นไปจนกว่ำจะช�ำระเสร็จแก่จ�ำเลยที่ ๑
                       จ�ำเลยที่ ๒ ให้กำรว่ำ โจทก์เป็นลูกจ้ำงของจ�ำเลยที่ ๑ ไม่ได้เป็นลูกจ้ำงของจ�ำเลยที่ ๒
              จ�ำเลยทั้งสองเป็นนิติบุคคลแยกจำกกัน ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้อง
                       ระหว่ำงพิจำรณำ ศำลแรงงำนกลำงเห็นว่ำ กรณีมีปัญหำว่ำคดีนี้อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำ
              พิพำกษำของศำลแรงงำนหรือไม่ จึงส่งส�ำนวนให้ประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษวินิจฉัย
                                    ั
              ตำมพระรำชบัญญัติจัดต้งศำลแรงงำนและวิธีพิจำรณำคดีแรงงำน พ.ศ. ๒๕๒๒ มำตรำ ๙
              วรรคสอง

                       วินิจฉัยว่ำ โจทก์บรรยำยฟ้องว่ำ จ�ำเลยท้งสองจ้ำงโจทก์ท�ำงำนเป็นลูกจ้ำง ระหว่ำง
                                                           ั
                                                                             ั
                                                             ี
              ท�ำงำน โจทก์ได้ออกเงินทดรองจ่ำยค่ำสินค้ำส่วนท่เกินมำให้จ�ำเลยท้งสองไปก่อนเป็นเงิน
              ๑,๘๗๗,๗๖๘.๕๖ บำท แต่จ�ำเลยท้งสองไม่จ่ำยเงินดังกล่ำวคืนแก่โจทก์ จึงขอให้บังคับจ�ำเลย
                                              ั
                ั
              ท้งสองร่วมกันจ่ำยค่ำสินค้ำคืนแก่โจทก์ ตำมค�ำฟ้องโจทก์เป็นกำรกล่ำวอ้ำงว่ำโจทก์กับจ�ำเลย
                                                                                 ื
              ท้งสองมีนิติสัมพันธ์ในฐำนะลูกจ้ำงกับนำยจ้ำงกันตำมสัญญำจ้ำงแรงงำนเพ่อใช้สิทธิเรียกร้อง
                ั
              เงินทดรองจ่ำยคืนตำมสัญญำจ้ำงแรงงำน คดีระหว่ำงโจทก์กับจ�ำเลยท้งสองจึงเป็นคดีพิพำท
                                                                             ั
                                     ี
              เก่ยวด้วยสิทธิหรือหน้ำท่ตำมสัญญำจ้ำงแรงงำน ตำมพระรำชบัญญัติจัดต้งศำลแรงงำนและ
                ี
                                                                                 ั
              วิธีพิจำรณำคดีแรงงำน พ.ศ. ๒๕๒๒ มำตรำ ๘ (๑) ส่วนสัญญำระหว่ำงโจทก์กับจ�ำเลยท่ ๒
                                                                                              ี
                                                                                            ื
              จะเป็นสัญญำจ้ำงแรงงำนอันจะท�ำให้มีสิทธิได้รับเงินตำมฟ้องหรือไม่น้น เป็นข้อเท็จจริงในเน้อหำ
                                                                          ั
              ของคดีที่จะต้องได้รับกำรพิจำรณำวินิจฉัยโดยองค์คณะผู้พิพำกษำตำมรูปคดีต่อไป

                                      ี
                                                                                              ี
                               ี
                                                                              ี
                       ส่วนคดีท่จ�ำเลยท่ ๑ ฟ้องแย้งขอให้โจทก์คืนเงินทดรองจ่ำยท่รับไปจำกจ�ำเลยท่ ๑
              ส่วนที่ยังไม่ได้คืนอีก ๕๗๐,๐๐๐ บำท และขอให้โจทก์ช�ำระค่ำเสียหำยจำกกำรที่โจทก์ไม่ติดตำม
                                 ู
                     �
              เงินมัดจำค่ำประกันต้คอนเทนเนอร์ให้แก่จ�ำเลยท่ ๑ เป็นเงิน ๓๖,๐๐๐ บำท และค่ำเสียหำย
                                                         ี
                       ี
              จำกกำรท่โจทก์ไม่ด�ำเนินกำรทำงเอกสำรจนเป็นเหตุให้จำเลยท่ ๑ เกบเงนจำกลูกค้ำไม่ได้
                                                                             ็
                                                                       ี
                                                                                 ิ
                                                                 �
              เป็นเงิน ๑๘๓,๘๘๙.๖๘ บำท น้น เป็นกำรกล่ำวอ้ำงว่ำโจทก์ซ่งเป็นลูกจ้ำงไม่ปฏิบัติหน้ำท  ่ ี
                                                                       ึ
                                            ั
                                                              ี
                                                                   ึ
              ตำมสัญญำจ้ำงแรงงำนให้ถูกต้อง เป็นเหตุให้จ�ำเลยท่ ๑ ซ่งเป็นนำยจ้ำงได้รับควำมเสียหำย
                                ี
              คดีระหว่ำงจ�ำเลยท่ ๑ กับโจทก์ตำมฟ้องแย้งจึงเป็นคดีพิพำทเก่ยวด้วยสิทธิหรือหน้ำท    ี ่
                                                                           ี
              ตำมสัญญำจ้ำงแรงงำน ตำมพระรำชบัญญัติจัดต้งศำลแรงงำนและวิธีพิจำรณำคดีแรงงำน
                                                           ั
              พ.ศ. ๒๕๒๒ มำตรำ ๘ (๑) เช่นกัน

                                                     456
   479   480   481   482   483   484   485   486   487   488   489