Page 494 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 494

ั
              ๘ กุมภำพันธ์ ๒๕๖๑ จ�ำเลยท้งสองเลิกจ้ำงนำงสำวอรอุมำและนำงสำวจิรำวรรณโดยไม่จ่ำย
                                                                               ี
                                                               ี
                                 ั
                                                             ั
              ค่ำชดเชยให้แก่บุคคลท้งสอง พนักงำนตรวจแรงงำนมีค�ำส่งท่ ๑๓/๒๕๖๑ ลงวันท่ ๒๓ เมษำยน ๒๕๖๑
              ให้จ�ำเลยท้งสองร่วมกันจ่ำยค่ำจ้ำง สินจ้ำงแทนกำรบอกกล่ำวล่วงหน้ำ และค่ำชดเชยให้แก่
                        ั
              นำงสำวอรอุมำ นำงสำวจิรำวรรณ และนำยเอกลักษณ์ ภำยใน ๓๐ วันนับแต่วันท่ได้ทรำบ
                                                                                         ี
                                       ั
                                                                                        ื
                                                ั
              ค�ำส่งหรือถือว่ำได้ทรำบค�ำส่ง จ�ำเลยท้งสองทรำบค�ำส่งพนักงำนตรวจแรงงำนแล้วเม่อวันท่ ๓
                  ั
                                                                                              ี
                                                              ั
              พฤษภำคม ๒๕๖๑ แต่จ�ำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตำมค�ำสั่งพนักงำนตรวจแรงงำนอันเป็นกำรฝ่ำฝืน
                                  ี
              ต่อกฎหมำย เหตุเกิดท่ต�ำบลมุกดำหำร อ�ำเภอเมืองมุกดำหำร จังหวัดมุกดำหำร ขอให้ลงโทษ
              ตำมพระรำชบัญญัติคุ้มครองแรงงำน พ.ศ. ๒๕๔๑ มำตรำ ๕, ๗๐, ๑๑๘, ๑๒๔, ๑๔๔, ๑๕๑
              ประกอบประมวลกฎหมำยอำญำ มำตรำ ๘๓, ๙๑
                       จ�ำเลยทั้งสองให้กำรปฏิเสธ

                                                                    ี
                       ศำลจังหวัดมุกดำหำรเห็นว่ำ กรณีมีปัญหำว่ำคดีน้อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำ
              ของศำลแรงงำนหรือไม่ จึงส่งส�ำนวนให้ประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษวินิจฉัย ตำม

              พระรำชบัญญัติจัดตั้งศำลแรงงำนและวิธีพิจำรณำคดีแรงงำน พ.ศ. ๒๕๒๒ มำตรำ ๙ วรรคสอง

                       วินิจฉัยว่ำ โจทก์ฟ้องจ�ำเลยท้งสองเป็นคดีอำญำและมีค�ำขอท้ำยค�ำฟ้องคดีอำญำว่ำ
                                                 ั
                                  ั
              กำรกระท�ำของจ�ำเลยท้งสองถือว่ำเป็นควำมผิดต่อพระรำชบัญญัติคุ้มครองแรงงำน พ.ศ. ๒๕๔๑
              มำตรำ ๕, ๗๐, ๑๑๘, ๑๒๔, ๑๔๔, ๑๕๑ ประกอบประมวลกฎหมำยอำญำ มำตรำ ๘๓, ๙๑

                                                          ็
                                                                                   ์
                            ั
                             ิ
                               ี
                               ่
                                   ั
                                                                                     ้
               ่
                                                                                            ้
               ึ
              ซงเป็นบทบญญตเกยวกบโทษทำงอำญำ แสดงให้เหนโดยชดแจ้งว่ำโจทก์ประสงคใหจ�ำเลยทงสอง
                                                                ั
                        ั
                                                                                            ั
                                                                     ี
                         ิ
                                          ั
              ร่วมกันรบผดในทำงอำญำเท่ำน้น กำรท่โจทก์บรรยำยฟ้องเก่ยวกับนิติสัมพันธ์ระหว่ำงโจทก์
                                                  ี
                      ั
              กับนำงสำวอรอุมำ นำงสำวจิรำวรรณ และนำยเอกลักษณ์ ว่ำเป็นลูกจ้ำงนำยจ้ำงกันตำมสัญญำ
              จ้ำงแรงงำนและจ�ำเลยท้งสองมีหน้ำท่ต้องจ่ำยค่ำจ้ำง สินจ้ำงแทนกำรบอกกล่ำวล่วงหน้ำและ
                                   ั
                                               ี
                                                                                  ี
                                                                ี
              ค่ำชดเชยแล้วแต่กรณีให้แก่บุคคลดังกล่ำว ตำมระยะเวลำท่ตกลงกันไว้หรือตำมท่กฎหมำยก�ำหนด
                                                           ั
                                               ี
                                        ั
              เป็นกำรบรรยำยถึงกำรกระท�ำท้งหลำยท่อ้ำงว่ำจ�ำเลยท้งสองได้ร่วมกันกระท�ำผิด ตลอดจนข้อเท็จจริง
                                                     ึ
                                                                     ั
                                                                              ั
                                                    ี
                                ี
                              ี
                                                                                          ิ
              และรำยละเอียดท่เก่ยวกับเวลำและสถำนท่ซ่งเกิดกำรกระท�ำน้น ๆ อีกท้งบุคคลหรือส่งของท  ่ ี
              เกี่ยวข้องด้วย ตำมประมวลกฎหมำยวิธีพิจำรณำควำมอำญำ มำตรำ ๑๕๘ (๕) เมื่อศำลแรงงำน
              มีอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำเฉพำะคดีท่บัญญัติไว้ตำมพระรำชบัญญัติจัดต้งศำลแรงงำนและ
                                                 ี
                                                                                ั
                                                                                               ่
                                                                ่
                                                                ี
                                                                       ี
                                                                       ่
                                                                           ั
                                                                 ิ
              วธพจำรณำคดแรงงำน พ.ศ. ๒๕๒๒ มำตรำ ๘ ซงเปนคดทพพำทเกยวกบควำมรบผดในทำงแพง
               ิ
                                                                                   ั
                                                          ็
                                                       ่
                                                                                     ิ
                                                       ึ
                           ี
                  ิ
                ี
                                                              ี
              เท่ำนั้น ไม่รวมถึงควำมรับผิดในทำงอำญำด้วย คดีระหว่ำงโจทก์กับจ�ำเลยทั้งสองจึงไม่มีลักษณะ
                                                                                 ิ
                                                                               ี
                                                                                         ี
                                 ่
                            ่
                                     ่
                                 ึ
                ็
              เปนคดพพำทอยำงหนงอยำงใดตำมพระรำชบญญตจดตงศำลแรงงำนและวธพจำรณำคดแรงงำน
                      ิ
                    ี
                                                              ้
                                                           ั
                                                                              ิ
                                                              ั
                                                     ั
                                                         ั
                                                          ิ
              พ.ศ. ๒๕๒๒ มำตรำ ๘
                                                     466
   489   490   491   492   493   494   495   496   497   498   499