Page 554 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 554

จ�ำเลยทั้งสำมให้กำรว่ำ โจทก์เคยเป็นลูกจ้ำงจ�ำเลยที่ ๑ ต่อมำเมื่อจ�ำเลยที่ ๑ มีหนังสือ

              เลิกจ้ำงแล้ว โจทก์ได้ฟ้องจ�ำเลยที่ ๑ กับที่ ๒ ที่ศำลแรงงำนกลำง เพื่อเรียกร้องค่ำเสียหำยจำก

              กำรเลิกจ้ำงไม่เป็นธรรม ต่อมำศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษพิพำกษำยืนตำมศำลแรงงำนกลำง
                                                                                          ี
                                              ี
                                  ี
              ให้ยกฟ้องโจทก์ กำรท่โจทก์น�ำคดีท่มีประเด็นเดียวกันกับคดีดังกล่ำวมำฟ้องเป็นคดีน้จึงเป็น
                                                                             ี
                                                               �
              กำรใช้สิทธิไม่สุจริต เป็นกำรด�ำเนินกระบวนพิจำรณำซ้ำ และเป็นคดีท่อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำ
              พิพำกษำของศำลแรงงำน จ�ำเลยท้งสำมไม่ได้ร่วมกันไขข่ำวแพร่หลำยซ่งข้อควำมอันฝ่ำฝืน
                                              ั
                                                                               ึ
              ต่อควำมเป็นจริงตำมที่โจทก์ฟ้อง คดีนี้ขำดอำยุควำมแล้ว ขอให้ยกฟ้อง
                       ระหว่ำงพิจำรณำ ศำลแพ่งมีนบุรีเห็นว่ำ กรณีมีปัญหำว่ำคดีน้อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำ
                                                                             ี
              พิพำกษำของศำลแรงงำนหรือไม่ จึงส่งส�ำนวนให้ประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษวินิจฉัย

                                    ั
              ตำมพระรำชบัญญัติจัดต้งศำลแรงงำนและวิธีพิจำรณำคดีแรงงำน พ.ศ. ๒๕๒๒ มำตรำ ๙
              วรรคสอง
                       วินิจฉัยว่ำ โจทก์บรรยำยฟ้องว่ำ จ�ำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ซึ่งเคยเป็นนำยจ้ำงกระท�ำละเมิด

                                                                                              ี
                       ึ
              ต่อโจทก์ซ่งเป็นลูกจ้ำง โดยน�ำควำมเท็จกล่ำวหำโจทก์ในหนังสือเลิกจ้ำง และต่อมำจ�ำเลยท่ ๑
              และที่ ๒ ร่วมกับจ�ำเลยที่ ๓ ซึ่งเป็นพนักงำนของจ�ำเลยที่ ๑ เบิกควำมเท็จต่อศำลแรงงำนกลำง
                                                         ี
              และศำลแรงงำนกลำงได้พิพำกษำยกฟ้องในคดีท่โจทก์ฟ้องจ�ำเลยท่ ๑ และท่ ๒ ท�ำให้โจทก์
                                                                          ี
                                                                                  ี
              เสียชื่อเสียง เกียรติคุณ ดังนี้ แม้โจทก์จะกล่ำวอ้ำงว่ำจ�ำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ซึ่งเคยเป็นนำยจ้ำง
                                   ึ
              กระท�ำละเมิดต่อโจทก์ซ่งเคยมีนิติสัมพันธ์เป็นลูกจ้ำงโดยน�ำควำมเท็จกล่ำวหำโจทก์ในหนังสือ
                                         ี
              เลิกจ้ำงด้วยก็ตำม แต่ข้ออ้ำงท่อำศัยเป็นหลักแห่งข้อหำตำมค�ำฟ้องของโจทก์เป็นกำรกล่ำวอ้ำง
              ว่ำจ�ำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ร่วมกับจ�ำเลยที่ ๓ กระท�ำละเมิดโดยเบิกควำมเท็จในคดีที่โจทก์เคยฟ้อง
              จ�ำเลยท่ ๑ และท่ ๒ ต่อศำลแรงงำนกลำง จนเป็นเหตุให้ศำลแรงงำนกลำงพิพำกษำยกฟ้อง
                              ี
                     ี
              ท�ำให้โจทก์เสียช่อเสียงเกียรติคุณ เสียหำยแก่ทำงท�ำมำหำได้หรือทำงเจริญประกำรอ่น
                                                                                               ื
                              ื
              อันเป็นกำรกล่ำวอ้ำงกำรกระท�ำต่ำงหำกท่ไม่เก่ยวข้องกับกำรท�ำงำนตำมสัญญำจ้ำงแรงงำน
                                                    ี
                                                        ี
              โดยตรง แต่เป็นกำรใช้สิทธิเรียกร้องตำมประมวลกฎหมำยแพ่งและพำณิชย์ บรรพ ๒ หน         ี ้
              ลักษณะ ๕ ละเมิดคดีระหว่ำงโจทก์กับจ�ำเลยทั้งสำมจึงไม่มีลักษณะเป็นคดีพิพำทอย่ำงหนึ่งอย่ำงใด

              ตำมพระรำชบัญญัติจัดตั้งศำลแรงงำนและวิธีพิจำรณำคดีแรงงำน พ.ศ. ๒๕๒๒ มำตรำ ๘












                                                     526
   549   550   551   552   553   554   555   556   557   558   559