Page 551 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 551

ค�ำวินิจฉัยของประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษ   นำงสำววันเพ็ญ ไวยกัญหำ      โจทก์

                       ที่ วร ๕/๒๕๖๒                            บริษัทคำไซเท็คซี จ�ำกัด        จ�ำเลย


                                                    ึ
                                                                                          ึ
                       แม้โจทก์จะกล่ำวอ้ำงว่ำจ�ำเลยซ่งเคยเป็นนำยจ้ำงกระท�ำละเมิดต่อโจทก์ซ่งเคยม ี
              นิติสัมพันธ์เป็นลูกจ้ำงก็ตำม แต่ข้ออ้ำงที่อำศัยเป็นหลักแห่งข้อหำตำมค�ำฟ้องของโจทก์

                                ่
                                  �
              เป็นกำรกล่ำวอ้ำงวำจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์อันเน่องมำจำกกำรเลิกจ้ำงและด�ำเนิน
                                             �
                                                                  ื
              คดีอำญำจนท�ำให้โจทก์เสียหำย อันเป็นกำรกล่ำวอ้ำงกำรกระท�ำต่ำงหำกหลังจำก
              สิ้นสุดสัญญำจ้ำงแรงงำน โดยไม่เกี่ยวข้องกับกำรท�ำงำนตำมสัญญำจ้ำงแรงงำนโดยตรง
              จึงไม่ใช่คดีแรงงำน

                                      _____________________________



                       โจทก์ฟ้องว่ำ จ�ำเลยเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจ�ำกัด ระหว่ำงปี ๒๕๕๓ ถึงปี ๒๕๕๖

              โจทก์เคยท�ำงำนเป็นพนักงำนจ�ำเลย ท�ำหน้ำที่จัดท�ำใบสั่งซื้อสินค้ำ เมื่อปี ๒๕๕๖ จ�ำเลยร่วมมือ

                                  ั
              กับนำยจักรกฤษณ์ กล่นแกล้งใส่ร้ำยว่ำโจทก์ฉ้อโกง ปลอมเอกสำรและใช้เอกสำรปลอม และ
              ฟ้องคดีอำญำโจทก์ต่อศำลจังหวัดพระนครศรีอยุธยำ ต่อมำศำลจังหวัดพระนครศรีอยุธยำม      ี

                                                                                               ื
                  ิ
                                                                                      ิ
              ค�ำพพำกษำยกฟ้อง และคดีถึงท่สุดโดยศำลอุทธรณ์ภำค ๑ และศำลฎีกำมค�ำพพำกษำยน
                                                                                  ี
                                            ี
              กำรที่จ�ำเลยจงใจไล่โจทก์ออกจำกงำนและฟ้องคดีอำญำโจทก์ด้วยควำมเท็จดังกล่ำวจึงเป็นกำรจงใจ
              กระท�ำละเมิดต่อโจทก์ ท�ำให้โจทก์เสียหำย ต้องสูญเสียโอกำสและรำยได้เป็นเงินเดือน ต้องเสีย
                                                          ื
              ค่ำใช้จ่ำยในกำรต่อสู้คดีอำญำ และท�ำให้โจทก์เสียช่อเสียง ถูกดูหม่นเกลียดชัง ขอให้บังคับจ�ำเลย
                                                                      ิ
              จ่ำยค่ำเสียหำยแก่โจทก์ เป็นเงิน ๕,๑๗๙,๙๖๗ บำท พร้อมดอกเบ้ยอัตรำร้อยละ ๗.๕ ต่อปี
                                                                          ี
              จำกต้นเงิน ๓,๗๕๐,๒๐๔ บำท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่ำจะช�ำระเสร็จแก่โจทก์

                                                           ี
                                                   �
                       จ�ำเลยให้กำรว่ำ คดีน้เป็นฟ้องซ้ำกับคดีท่โจทก์เคยฟ้องจ�ำเลยต่อศำลแรงงำนภำค ๑
                                         ี
              และเป็นคดีที่อยู่ในอ�ำนำจของศำลแรงงำน โจทก์ฟ้องคดีเกินกว่ำ ๑ ปี นับแต่วันที่โจทก์รู้ถึงกำร
              ละเมิดและรู้ตัวผู้กระท�ำละเมิด จึงขำดอำยุควำมแล้ว จ�ำเลยไม่ได้ท�ำละเมิดต่อโจทก์ แต่จ�ำเลย

              ใช้สิทธิฟ้องคดีอำญำโจทก์โดยสุจริต จ�ำเลยไม่มีหน้ำท่ต้องจ่ำยเงินเดือนให้โจทก์หลังจำกท ่ ี
                                                               ี
                                     ี
              จ�ำเลยเลิกจ้ำงโจทก์แล้ว ท่โจทก์อ้ำงว่ำต้องเสียค่ำใช้จ่ำยในกำรต่อสู้คดีอำญำก็ไม่ปรำกฏว่ำเป็น
                                                                        ี
                                                                                      ี
                                                                              ี
                                                                        ่
                                ั
                  ี
              ค่ำเสยหำยใดอย่ำงชดแจ้ง จงไม่เกดควำมเสยหำยแก่โจทก์ ส่วนทโจทก์เรยกค่ำเสยหำยเพรำะ
                                       ึ
                                                     ี
                                            ิ
              ต้องเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง ก็เป็นค่ำเสียหำยสูงเกินส่วน ขอให้ยกฟ้อง
                                                     523
   546   547   548   549   550   551   552   553   554   555   556