Page 557 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 557

ั
                                                                            ั
                       ี
              แต่จ�ำเลยท่ ๑ ปกปิดไว้ไม่แจ้งให้โจทก์ท้งสองทรำบ กำรกระท�ำของจ�ำเลยท้งสองเป็นกำรผิดสัญญำ
              จ้ำงแรงงำนและเป็นกำรละเมิดต่อโจทก์ท้งสอง ท�ำให้โจทก์ท้งสองเสียหำย ขอให้บังคับจ�ำเลย
                                                                   ั
                                                  ั
                ั
              ท้งสองให้หยุดกำรกระท�ำดังกล่ำวมิฉะน้นต้องช�ำระค่ำเสียหำยเดือนละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บำท จนกว่ำ
                                                ั
                               ี
              จะหยุดกำรกระท�ำท่เป็นกำรผิดสัญญำหรือละเมิด และให้จ�ำเลยท้งสองร่วมกันช�ำระค่ำเสียหำย
                                                                       ั
              ๒๐,๐๐๐,๐๐๐ บำท พร้อมดอกเบี้ยอัตรำร้อยละ ๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่ำจะช�ำระ
              เสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง
                       ชั้นตรวจค�ำฟ้อง ศำลแรงงำนภำค ๔ เห็นว่ำ กรณีมีปัญหำว่ำคดีระหว่ำงโจทก์ทั้งสอง

                        ี
              กับจ�ำเลยท่ ๒ อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลแรงงำนหรือไม่ จึงส่งส�ำนวนให้ประธำน
              ศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษวินิจฉัย ตำมพระรำชบัญญัติจัดต้งศำลแรงงำนและวิธีพิจำรณำ
                                                                      ั
              คดีแรงงำน พ.ศ. ๒๕๒๒ มำตรำ ๙ วรรคสอง

                                                                               ี
                                                                 ี
                                       ั
                       วินิจฉัยว่ำ โจทก์ท้งสองบรรยำยฟ้องว่ำ โจทก์ท่ ๑ จ้ำงจ�ำเลยท่ ๑ ท�ำงำนต�ำแหน่ง
              วิศวกรหน้ำงำน จ�ำเลยท่ ๑ ต้องท�ำงำนตำมระเบียบข้อบังคับของโจทก์ท้งสอง และมีข้อสัญญำว่ำ
                                                                            ั
                                   ี
              จ�ำเลยที่ ๑ จะไม่น�ำควำมลับทำงธุรกิจของโจทก์ทั้งสองไปเผยแพร่แก่บุคคลภำยนอก หำกจ�ำเลย
              ที่ ๑ เคยประกอบธุรกิจประเภทเดียวกับโจทก์ทั้งสองจ�ำเลยที่ ๑ จะต้องแจ้งให้โจทก์ทั้งสองทรำบ
              ก่อนเข้ำท�ำงำน และภำยใน ๓ ปี นับแต่เลิกสัญญำจ้ำงจะต้องไม่ประกอบธุรกิจแข่งขันกับโจทก์

                                              ี
                                                                             ั
                ั
                                                                                              ี
              ท้งสอง หำกผิดสัญญำจะต้องช�ำระเบ้ยปรับ ๒๐,๐๐๐,๐๐๐ บำท แก่โจทก์ท้งสอง ต่อมำจ�ำเลยท่ ๑
                                                             ั
                                ู
                                                                                               ึ
                                                                          ิ
                                        ั
                                                             ้
              ลำออก แล้วนำข้อมลควำมลบทำงกำรค้ำของโจทก์ทงสองไปใช้ในกจกำรของจำเลยท ๒ ซง
                           �
                                                                                    �
                                                                                          ี
                                                                                          ่
                                                                                               ่
              เป็นนิติบุคคลท่ประกอบธุรกิจประเภทเดียวกับโจทก์ท้งสอง โดยจ�ำเลยท่ ๒ เป็นกิจกำรท    ี ่
                            ี
                                                               ั
                                                                                ี
              จ�ำเลยที่ ๑ จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นและเป็นหุ้นส่วนผู้จัดกำรก่อนที่จ�ำเลยที่ ๑ จะเข้ำท�ำงำนกับโจทก์
                                                        ั
                ั
                                                                                 ั
                               ี
              ท้งสอง แต่จ�ำเลยท่ ๑ ปกปิดไว้ไม่แจ้งให้โจทก์ท้งสองทรำบ เป็นกรณีท่โจทก์ท้งสองกล่ำวอ้ำงว่ำ
                                                                           ี
              จ�ำเลยที่ ๑ กระท�ำละเมิดและผิดสัญญำจ้ำงแรงงำนต่อโจทก์ทั้งสอง โดยจ�ำเลยที่ ๒ ร่วมกระท�ำ
                                                                                               ึ
              ละเมิดต่อโจทก์ท้งสองด้วย แต่เม่อโจทก์ท้งสองและจ�ำเลยท่ ๒ ต่ำงมีฐำนะเป็นนิติบุคคลซ่ง
                             ั
                                            ื
                                                    ั
                                                                    ี
              ไม่อำจมีนิติสัมพันธ์ในฐำนะนำยจ้ำงและลูกจ้ำงกันตำมสัญญำจ้ำงแรงงำนได้ จึงเป็นกรณีที่โจทก์
                ั
                                  ี
              ท้งสองฟ้องให้จ�ำเลยท่ ๒ รับผิดในผลแห่งมูลละเมิดตำมประมวลกฎหมำยแพ่งและพำณิชย์
                                                                           ี
                                                             ั
              บรรพ ๒ หน้ ลักษณะ ๕ ละเมิด คดีระหว่ำงโจทก์ท้งสองกับจ�ำเลยท่ ๒ จึงมิใช่คดีอันเกิดแต่
                          ี
                                                ี
              มูลละเมิดระหว่ำงนำยจ้ำงและลูกจ้ำงเก่ยวกับกำรท�ำงำนตำมสัญญำจ้ำงแรงงำนและไม่มีลักษณะ
                                                                                 ิ
                                                                               ี
                      ิ
                                                                                         ี
              เปนคดพพำทอยำงหนงอยำงใดตำมพระรำชบญญตจดตงศำลแรงงำนและวธพจำรณำคดแรงงำน
                    ี
                ็
                                                          ิ
                                                         ั
                                                     ั
                                                              ้
                                                              ั
                                                           ั
                                 ึ
                            ่
                                                                              ิ
                                 ่
                                     ่
              พ.ศ. ๒๕๒๒ มำตรำ ๘
                                                     529
   552   553   554   555   556   557   558   559   560   561   562