Page 607 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 607

คลินิกเพื่อกำรประกอบโรคศิลป์ ลงวันที่ ๑ มกรำคม ๒๕๔๓ เอกสำรท้ำยค�ำฟ้องหมำยเลข ๑๖

                    ึ
                                  ี
              ข้อ ๑ ซ่งตำมข้อตกลงน้แม้จะมีข้อควำมระบุว่ำ แพทย์เป็นผู้ประกอบวิชำชีพอิสระในทำงกำรแพทย์
              โดยไม่มีฐำนะเป็นพนักงำนลูกจ้ำง และข้อ ๒ ระบุให้แพทย์เป็นผู้คิดค่ำรักษำพยำบำลของแพทย์
              ตำมควำมยำกง่ำยของโรคของผู้ป่วยเป็นรำย ๆ ไป และแพทย์มอบหมำยให้โรงพยำบำลเป็น

              ผู้เรียกเก็บค่ำรักษำพยำบำลแทนแพทย์เป็นรำย ๆ ไป แล้วรวบรวมจ่ำยคืนให้แพทย์เดือนละ

                                                  ื
                                                                              ี
              ๒ คร้ง และตำมข้อตกลงกำรใช้คลินิกเพ่อกำรประกอบโรคศิลปะ ลงวันท่ ๑ มกรำคม ๒๕๖๑
                   ั
              เอกสำรท้ำยค�ำฟ้องหมำยเลข ๑๗ ซ่งเป็นข้อตกลงฉบับต่อมำก็มีข้อระบุว่ำ โรงพยำบำลตกลง
                                              ึ
                                     ี
              ให้แพทย์เข้ำมำใช้สถำนท่ของโรงพยำบำลในกำรเปิดคลินิกรักษำพยำบำลแก่ผู้ป่วยของแพทย์
                                                                    ั
              และแพทย์ตกลงเข้ำท�ำกำรรักษำพยำบำลผู้ป่วยในและผู้ป่วยท่วไป ณ สถำนท่ และวันเวลำ ท   ่ ี
                                                                                  ี
              แพทย์ได้ตกลงกับโรงพยำบำล และข้อ ๓ มีข้อควำมเพ่มเติมให้แพทย์เป็นผู้แจ้งให้ผู้ป่วยทรำบ
                                                              ิ
              ค่ำรักษำพยำบำลของแพทย์แก่ผู้ป่วยให้ทรำบโดยตรงเป็นรำย ๆ ไป โดยอัตรำค่ำรักษำพยำบำล
                                                                                      ู
                                                                                       ิ
                                                                 ึ
                                                  ั
                                                                            ี
                                                                            ่
              ต้องเป็นไปตำมข้อตกลงระหว่ำงแพทย์กบโรงพยำบำล จงเป็นกรณทโจทก์เป็นผ้คดค่ำรกษำ
                                                                          ี
                                                                                            ั
              พยำบำลของแพทย์ตำมควำมยำกง่ำยของโรคของผู้ป่วย โดยโจทก์มีอิสระในกำรคิดค่ำรักษำ
                                                ั
              พยำบำลผ้ป่วยเพียงแต่จะต้องคดค่ำรกษำพยำบำลผ้ป่วยตำมอตรำทเป็นไปตำมข้อตกลงกับ
                                                             ู
                                           ิ
                                                                           ่
                       ู
                                                                           ี
                                                                      ั
              โรงพยำบำลเท่ำน้น ค่ำรักษำพยำบำลดังกล่ำวจึงไม่ใช่เงินของจ�ำเลยแต่เป็นเงินท่เกิดจำกกำร
                              ั
                                                                                      ี
              ประกอบโรคศิลปะของโจทก์ท่ได้รับจำกผู้ป่วย โดยโจทก์มอบหมำยให้จ�ำเลยเป็นผู้เรียกเก็บ
                                         ี
              ค่ำรักษำพยำบำลแทนโจทก์เป็นรำย ๆ ไป แล้วรวบรวมจ่ำยคืนให้โจทก์เดือนละ ๒ ครั้ง จึงไม่ใช่
                                                                                 ื
                     ี
              ค่ำจ้ำงท่นำยจ้ำงจ่ำยให้แก่ลูกจ้ำง ส่วนกำรท่โจทก์ต้องปฏิบัติตำมหลักเกณฑ์และเง่อนไขในกำรปฏิบัต ิ
                                                  ี
                   ี
              หน้ำท่ต่อกันระหว่ำงจ�ำเลยกับแพทย์ซ่งเรียกว่ำ “ธรรมนูญส�ำหรับองค์กรแพทย์และทันตแพทย์ของ
                                              ึ
              โรงพยำบำลบ�ำรุงรำษฎร์ อินเตอร์เนช่นแนล” เอกสำรท้ำยค�ำฟ้องหมำยเลข ๑๕ ซ่งตำมธรรมนูญ
                                                                                   ึ
                                              ั
              ดังกล่ำวระบุวัตถุประสงค์ในบทที่ ๓ ข้อ ๕ ว่ำ “เพื่อก�ำหนดและรักษำกฎระเบียบต่ำง ๆ ให้กำร
              ปฏิบัติงำนของแพทย์และทันตแพทย์ ตลอดจนพนักงำนผู้ปฏิบัติงำนอื่น ๆ เป็นไปตำมมำตรฐำน
                                                      ี
              ของวิชำชีพและจริยธรรม” จึงก�ำหนดในบทท่ ๖ กำรเข้ำเป็นสมำชิกและกำรอนุมัติ Privilege
              กรณีปกติและกรณีพิเศษ แสดงให้เห็นว่ำกำรก�ำหนด Privilege เป็นกำรก�ำหนดควำมสำมำรถ
                                                                                ี
                                    ื
              เฉพำะทำงของแพทย์เพ่อสร้ำงควำมม่นใจแก่ผู้ป่วยว่ำจะได้รับกำรรักษำท่เป็นมำตรฐำนจำก
                                                ั
              แพทย์เฉพำะทำง ส�ำหรับกำรด�ำเนินกำรทำงวินัยตำมบทท่ ๘ โดยมีมำตรกำรในเชิงปกติ เช่น
                                                                 ี
              กำรตักเตือนด้วยวำจำ กำรตักเตือนเป็นลำยลักษณ์อักษร กำรภำคทัณฑ์ เป็นต้น และมำตรกำร
              ในเชิงลบ คือกำรลดหรือยกเลิก Privilege โดยมีระยะเวลำ หรือเป็นกำรถำวรหรือกำรระงับสถำนะ


                                                     579
   602   603   604   605   606   607   608   609   610   611   612