Page 808 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 808

ระหว่ำงพิจำรณำ โจทก์ยื่นค�ำร้องขอให้หมำยเรียกเด็กหญิง ก. และเด็กหญิง ส. เข้ำมำ

              เป็นจ�ำเลยร่วมโดยอ้ำงว่ำ หลังจำกจ�ำเลยรับหมำยเรียกและส�ำเนำค�ำฟ้องแล้วจ�ำเลยจดทะเบียน

                         ิ
                  ี
                                                                               ื
              ให้ท่ดินและส่งปลูกสร้ำงพิพำทแก่เด็กหญิง ก. และเด็กหญิง ส. โดยเสน่หำ เพ่อให้พ้นกำรบังคับคด  ี
              ศำลชั้นต้นมีค�ำสั่งอนุญำต
                       จ�ำเลยร่วมทั้งสองให้กำรว่ำ เดิมที่ดินและสิ่งปลูกสร้ำงพิพำทเป็นกรรมสิทธิ์ของนำย จ.

              บิดำของจ�ำเลยร่วมทั้งสอง เมื่อนำย จ. ถึงแก่ควำมตำยที่ดินและสิ่งปลูกสร้ำงพิพำทจึงเป็นทรัพย์
                                         ั
              มรดกของนำย จ. จ�ำเลยร่วมท้งสองในฐำนะทำยำทโดยธรรมมีสิทธิรับโอนทรัพย์มรดกดังกล่ำว
                                               ิ
                                                                                        ั
              โจทก์และจ�ำเลยตกลงจะยกกรรมสิทธ์ท่ดินและส่งปลูกสร้ำงพิพำทให้แก่จ�ำเลยร่วมท้งสอง แต่
                                                        ิ
                                                 ี
                ื
                                 ั
                                                                           ื
              เน่องจำกจ�ำเลยร่วมท้งสองมีอำยุยังน้อย โจทก์และจ�ำเลยจึงตกลงใส่ช่อของโจทก์และจ�ำเลยถือ
                                           ั
                                                                                              ี
                       ิ
                    ิ
              กรรมสทธ์แทนจนกว่ำจ�ำเลยร่วมทงสองจะบรรลนิตภำวะ หลงจำกน้นโจทก์ขอให้จ�ำเลยจดทะเบยน
                                                                       ั
                                                      ุ
                                                                 ั
                                                         ิ
                                           ้
                                                                                       ี
                               ิ
                                                                                               ิ
                                                                                   ิ
              แบ่งแยกกรรมสิทธ์ แต่จ�ำเลยไม่ยินยอม โจทก์อยู่ในฐำนะเป็นผู้ถือกรรมสิทธ์ในท่ดินและส่ง
              ปลูกสร้ำงพิพำทแทนจ�ำเลยร่วมท้งสองจึงไม่มีอ�ำนำจฟ้อง และคดีน้อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำ
                                          ั
                                                                      ี
              ของศำลเยำวชนและครอบครัว ขอให้ยกฟ้อง
                       จ�ำเลยร่วมท้งสองย่นค�ำร้องขอให้ส่งส�ำนวนให้ประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษ
                                        ื
                                  ั
                           ี
                                                                               ั
                                                                                               ั
                      ่
                                               ิ
                                                                                  ื
                             ่
               ิ
                             ู
                           ้
              วนิจฉัยวำคดีนอยในอ�ำนำจพิจำรณำพพำกษำของศำลเยำวชนและครอบครวหรอไม่ ศำลจังหวด
                                                   ี
              สมุทรปรำกำรเห็นว่ำ กรณีมีปัญหำว่ำคดีน้อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลเยำวชนและ
              ครอบครัวหรือไม่ จึงส่งส�ำนวนให้ประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษวินิจฉัย ตำมพระรำชบัญญัต ิ
              ศำลเยำวชนและครอบครัวและวิธีพิจำรณำคดีเยำวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๓ มำตรำ ๑๑
                       วินิจฉัยว่ำ คดีน้สภำพแห่งข้อหำของโจทก์เป็นเร่องเจ้ำของรวมเรียกให้แบ่งกรรมสิทธ ิ ์
                                                                 ื
                                    ี
              รวมในท่ดินและส่งปลูกสร้ำงพิพำทอันเป็นกรณีท่จะต้องบังคับตำมประมวลกฎหมำยแพ่งและ
                                                         ี
                             ิ
                     ี
              พำณิชย์ มำตรำ ๑๓๖๓ และ ๑๓๖๔ แม้จ�ำเลยและจ�ำเลยร่วมทั้งสองให้กำรว่ำ ที่ดินและสิ่งปลูก
                          ็
                                                                               ื
                                                                                  ื
                                                                                            ์
                                                                                            ิ
                                 �
                                          ั
                                                ่
              สร้ำงพิพำทเปนของจำเลยร่วมท้งสองซงเป็นผ้เยำว์ โดยโจทก์และจ�ำเลยมช่อถอกรรมสิทธแทน
                                                      ู
                                                                              ี
                                                ึ
              จ�ำเลยร่วมทั้งสอง ก็มิใช่คดีที่เกี่ยวด้วยส่วนได้เสียของผู้เยำว์ซึ่งพิพำทกันตำมประมวลกฎหมำย
              แพ่งและพำณิชย์ ในบรรพ ๑ มำตรำ ๒๑ ถึง ๒๘, ๓๒, ๔๓ และ ๔๔ จึงไม่เป็นคดีครอบครัวตำม
              พระรำชบัญญัติศำลเยำวชนและครอบครัวและวิธีพิจำรณำคดีเยำวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๓
              มำตรำ ๑๐ (๓)
                       วินิจฉัยว่ำ คดีนี้ไม่อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลเยำวชนและครอบครัว
                                                     780
   803   804   805   806   807   808   809   810   811   812   813