Page 837 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 837
ค�ำวินิจฉัยของประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษ สหกรณ์ออมทรัพย์ครู ม. โจทก์
ที่ วยช ๕๗/๒๕๖๔ นำย ถ. กับพวก จ�ำเลย
ี
โจทก์เป็นบุคคลภำยนอกฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมกำรให้ท่ดินพิพำทระหว่ำง
จ�ำเลยที่ ๑ กับจ�ำเลยที่ ๒ ระหว่ำงจ�ำเลยที่ ๒ กับจ�ำเลยที่ ๓ และระหว่ำงจ�ำเลยที่ ๒ กับ
่
ี
่
่
ี
ี
ี
จ�ำเลยท ๔ ให้ท่ดินพิพำทกลับคืนมำเป็นสินสมรสของจ�ำเลยท ๑ กับจ�ำเลยท ๒ โดย
อ้ำงว่ำจ�ำเลยที่ ๑ กับจ�ำเลยที่ ๒ สมรู้ร่วมคิดกันแสดงเจตนำลวงไปจดทะเบียนหย่ำและ
ท�ำหนังสือสัญญำท้ำยทะเบียนกำรหย่ำโดยจ�ำเลยที่ ๑ ยกที่ดินพิพำท ๑๙ แปลง ซึ่งเป็น
สินสมรสให้แก่จ�ำเลยท ๒ แต่เพียงผู้เดียว โดยไม่ประสงค์ให้มีผลผูกพันตำมกฎหมำย
ี
่
ื
ื
ึ
เพ่อท�ำให้บุคคลอ่นและโจทก์เข้ำใจว่ำกำรหย่ำเกิดข้นจริงและจงใจปิดบังทรัพย์สินของ
ี
จ�ำเลยท ๑ และจ�ำเลยท้งส่ร่วมกันฉ้อฉลด้วยกำรให้จ�ำเลยท ๒ จดทะเบียนยกท่ดิน
่
ี
ั
ี
่
ี
พิพำทดังกล่ำวให้แก่จ�ำเลยที่ ๓ จ�ำนวน ๑๓ แปลง และให้แก่จ�ำเลยที่ ๔ จ�ำนวน ๑ แปลง
ี
่
ิ
�
ี
�
้
่
ึ
้
ี
โดยร้อย่แล้วว่ำจำเลยท ๑ เป็นหนโจทก์ ทำให้โจทก์ซงเป็นเจ้ำหนตำมคำพพำกษำ
ู
ู
�
่
ไม่สำมำรถบังคับคดีในสินสมรสส่วนของจ�ำเลยท ๑ ได้ ดังน แม้ข้ออ้ำงท่โจทก์อำศัย
ี
ี
ี
้
เป็นหลักแห่งข้อหำและค�ำขอบังคับของโจทก์จะเป็นเร่องกำรฟ้องขอเพิกถอนนิติกรรม
ื
ิ
อันเป็นกำรฉ้อฉลเจ้ำหน้ตำมบทบัญญัต มำตรำ ๒๓๗ แห่ง ป.พ.พ. แต่จ�ำเลยท้งส ี ่
ั
ี
ี
่
ี
ี
ให้กำรต่อสู้ด้วยว่ำ ท่ดินพิพำทโฉนดเลขท ๗๔๗ เป็นสินส่วนตัวของจ�ำเลยท ๒
่
ี
โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมกำรให้ท่ดินพิพำทแปลงดังกล่ำว ประเด็น
ี
ส�ำคัญในกำรท่จะพิจำรณำว่ำเป็นกำรฉ้อฉลหรือไม่จะต้องพิจำรณำด้วยว่ำท่ดินพิพำท
ี
ี
ั
่
่
โฉนดเลขท ๗๔๗ น้นเป็นสินสมรสของจ�ำเลยท ๑ กับจ�ำเลยท ๒ หรือเป็นสินส่วนตัว
ี
ี
่
ของจ�ำเลยท ๒ ด้วย ประเด็นแห่งคดีเป็นเร่องเก่ยวกับทรัพย์สินระหว่ำงสำมีภริยำ
ื
ี
ี
่
ตำม ป.พ.พ. บรรพ ๕ มำตรำ ๑๔๗๑ และ ๑๔๗๔ จึงเป็นคดีครอบครัว
__________________________
ี
ี
โจทก์ฟ้องว่ำ โจทก์เป็นเจ้ำหน้จ�ำเลยท่ ๑ กับพวกตำมค�ำพิพำกษำศำลอุทธรณ์
ี
ภำค ๔ ซ่งคดีถึงท่สุดแล้ว เดิมจ�ำเลยท่ ๑ กับจ�ำเลยท่ ๒ เป็นสำมีภริยำชอบด้วยกฎหมำย
ึ
ี
ี
จ�ำเลยที่ ๓ และจ�ำเลยที่ ๔ เป็นบุตรของจ�ำเลยที่ ๑ กับจ�ำเลยที่ ๒ เมื่อวันที่ ๒๘ ธันวำคม ๒๕๕๘
จ�ำเลยท่ ๑ ได้รับกำรสรรหำเป็นประธำนกรรมกำรด�ำเนินกำรของโจทก์ประจ�ำปี ๒๕๕๙
ี
809

