Page 838 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 838

หลังจำกนั้นวันที่ ๒๐ มกรำคม ๒๕๕๙ จ�ำเลยที่ ๑ กับจ�ำเลยที่ ๒ สมรู้ร่วมคิดกันแสดงเจตนำ

                                                                                     ี
                                                                                             ี
              ลวงไปจดทะเบียนหย่ำและท�ำหนังสือสัญญำท้ำยทะเบียนกำรหย่ำโดยจ�ำเลยท่ ๑ ยกท่ดิน
                                 ึ
                                                          ี
              พิพำท ๑๙ แปลง ซ่งเป็นสินสมรสให้แก่จ�ำเลยท่ ๒ แต่เพียงผู้เดียว โดยไม่ประสงค์ให้มีผล
                                                ื
                                   ื
              ผูกพันตำมกฎหมำยเพ่อท�ำให้บุคคลอ่นและโจทก์เข้ำใจว่ำกำรหย่ำเกิดข้นจริงและจงใจปิดบัง
                                                                              ึ
                                                                                  ี
                                                    ี
                                                  ั
              ทรัพย์สินของจ�ำเลยท่ ๑ ต่อมำจ�ำเลยท้งส่ร่วมกันฉ้อฉลด้วยกำรให้จ�ำเลยท่ ๒ จดทะเบียน
                                  ี
              ยกที่ดินพิพำทดังกล่ำวให้แก่จ�ำเลยที่ ๓ จ�ำนวน ๑๓ แปลง และให้แก่จ�ำเลยที่ ๔ จ�ำนวน ๑ แปลง
                                                                ู
                                                                                   ิ
                                                       ่
                                      ู
                      ี
                                                                                             �
                                         ู
                                                                                �
                                                 �
              โดยไม่มค่ำตอบแทนและร้อย่แล้วว่ำจำเลยท ๑ เป็นลกหนโจทก์ตำมคำพพำกษำ ทำให้
                                                                     ี
                                                                     ้
                                                       ี
              โจทก์ได้รับควำมเสียหำยไม่สำมำรถบังคับคดีในสินสมรสส่วนของจ�ำเลยที่ ๑ เพื่อน�ำมำช�ำระหนี้
              ให้แก่โจทก์ได้ ขอให้เพิกถอนนิติกรรมกำรให้ที่ดินพิพำทระหว่ำงจ�ำเลยที่ ๑ กับจ�ำเลยที่ ๒ กับ
              เพิกถอนนิติกรรมกำรให้ที่ดินพิพำทระหว่ำงจ�ำเลยที่ ๒ กับจ�ำเลยที่ ๓ และเพิกถอนนิติกรรมกำร
              ให้ที่ดินพิพำทระหว่ำงจ�ำเลยที่ ๒ กับจ�ำเลยที่ ๔ ให้กลับคืนมำเป็นสินสมรสของจ�ำเลยที่ ๑ กับ
              จ�ำเลยที่ ๒
                       จ�ำเลยทั้งสี่ให้กำรว่ำ โจทก์ไม่มีอ�ำนำจฟ้องเนื่องจำกหนังสือมอบอ�ำนำจของโจทก์ไม่ได้
              ระบุว่ำมีอ�ำนำจมอบอ�ำนำจช่วงให้ฟ้องคดีแทนได้ ข้อบังคับสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ม. พ.ศ. ๒๕๖๑
                           ั
                                                                                            ื
                                                             �
                                                                 ิ
              ไม่มผลใช้บงคบในกรณีกำรสรรหำคณะกรรมกำรดำเนนกำรประจำปี ๒๕๕๙ ต้องถอว่ำ
                                                                           �
                         ั
                  ี
              จ�ำเลยที่ ๑ เป็นประธำนกรรมกำรด�ำเนินกำรของโจทก์ในวันที่ ๓๐ มกรำคม ๒๕๕๙ กำรที่จ�ำเลย
              ท่ ๑ กับจ�ำเลยท่ ๒ จดทะเบียนหย่ำเกิดจำกกำรขัดแย้งกันอย่ำงรุนแรงภำยในครอบครัวตลอดมำ
                            ี
                ี
              จนไม่สำมำรถอยู่กินร่วมกันฉันสำมีภริยำได้ และจ�ำเลยท่ ๑ ยกท่ดินพิพำทซ่งเป็นสินสมรส
                                                                         ี
                                                                 ี
                                                                                   ึ
                          ี
                                ื
              ให้แก่จ�ำเลยท่ ๒ เน่องจำกจ�ำเลยท่ ๑ มีอำยุมำกและเจ็บป่วย ประกอบกับมีเงินบ�ำนำญรำย
                                              ี
                                                     ี
                            ี
                                                                                               ึ
              เดือนเพียงพอท่จะเล้ยงดูตนเองได้ ท้งมูลหน้ตำมค�ำพิพำกษำศำลอุทธรณ์ภำค ๔ ยังไม่เกิดข้น
                                ี
                                              ั
              และจ�ำเลยท่ ๑ ยังไม่ได้ท�ำหน้ำท่ประธำนกรรมกำรด�ำเนินกำรของโจทก์ จึงมิได้เกิดจำกเจตนำ
                                           ี
                         ี
              ลวงตำมที่โจทก์กล่ำวอ้ำง ที่ดินพิพำทโฉนดเลขที่ ๗๔๗ ต�ำบลคันธำรรำษฎร์ อ�ำเภอกันทรวิชัย
              จังหวัดมหำสำรคำม เป็นสินส่วนตัวของจ�ำเลยที่ ๒ ที่ได้มำจำกนำง จ. มำรดำโดยเสน่หำ โจทก์
                                                       ี
              จึงไม่มีสิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมกำรให้ท่ดินพิพำทแปลงดังกล่ำวระหว่ำงจ�ำเลยท่ ๒ กับ
                                                                                          ี
              จ�ำเลยที่ ๓ และกำรที่จ�ำเลยที่ ๒ ยกที่ดินพิพำทของตนให้แก่จ�ำเลยที่ ๓ และจ�ำเลยที่ ๔ ก็เป็น
                                                                             ื
                                        ี
                                   ั
              ปกติวิสัยของวิญญูชนท่วไปท่มำรดำจะยกทรัพย์สินของตนให้แก่บุตรเพ่อป้องกันไม่ให้มีปัญหำ
              เก่ยวกับมรดกต่อไปในอนำคต ท้งกำรจัดเก็บภำษีท่ดินและส่งปลูกสร้ำงตำมพระรำชบัญญัติภำษ ี
                ี
                                                                  ิ
                                          ั
                                                          ี
              ท่ดินและส่งปลูกสร้ำง พ.ศ. ๒๕๖๒ และพระรำชบัญญัติกำรประเมินรำคำทรัพย์สินเพ่อประโยชน์
                ี
                       ิ
                                                                                       ื
                                                     810
   833   834   835   836   837   838   839   840   841   842   843