Page 839 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 839

ิ
                                                                                        ี
                                                      ี
                                                                              ี
              แห่งรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๒ จะมีผลเร่มใช้บังคับในวันท่ ๑ มกรำคม ๒๕๖๓ จ�ำเลยท่ ๒ จึงโอนท่ดินพิพำท
              ให้แก่จ�ำเลยที่ ๓ และจ�ำเลยที่ ๔ เพื่อแบ่งเบำภำระด้ำนภำษี ขอให้ยกฟ้อง
                       ระหว่ำงพิจำรณำ ศำลจังหวัดมหำสำรคำมเห็นว่ำ กรณีมีปัญหำว่ำ คดีอยู่ในอ�ำนำจ
              พิจำรณำพิพำกษำของศำลเยำวชนและครอบครัวหรือไม่ จึงส่งส�ำนวนให้ประธำนศำลอุทธรณ์คด    ี

              ช�ำนัญพิเศษวินิจฉัย ตำมพระรำชบัญญัติศำลเยำวชนและครอบครัวและวิธีพิจำรณำคดีเยำวชน

              และครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๓ มำตรำ ๑๑
                                                                                        ี
                                    ี
                       วินิจฉัยว่ำ คดีน้โจทก์เป็นบุคคลภำยนอกฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมกำรให้ท่ดินพิพำท
                            ี
                                                                                              ี
                                          ี
                                                                       ี
              ระหว่ำงจ�ำเลยท่ ๑ กับจ�ำเลยท่ ๒ กับเพิกถอนนิติกรรมกำรให้ท่ดินพิพำทระหว่ำงจ�ำเลยท่ ๒
                        ี
                                                                                              ี
                                                                               ี
                                                        ี
              กับจ�ำเลยท่ ๓ และเพิกถอนนิติกรรมกำรให้ท่ดินพิพำทระหว่ำงจ�ำเลยท่ ๒ กับจ�ำเลยท่ ๔
              ให้กลับคืนมำเป็นสินสมรสของจ�ำเลยที่ ๑ กับจ�ำเลยที่ ๒ โดยอ้ำงว่ำจ�ำเลยที่ ๑ กับจ�ำเลยที่ ๒
              สมรู้ร่วมคิดกันแสดงเจตนำลวงไปจดทะเบียนหย่ำและท�ำหนังสือสัญญำท้ำยทะเบียนกำรหย่ำ
              โดยจ�ำเลยที่ ๑ ยกที่ดินพิพำท ๑๙ แปลง ซึ่งเป็นสินสมรสให้แก่จ�ำเลยที่ ๒ แต่เพียงผู้เดียว โดย
                                                   ื
                                                                                               ึ
              ไม่ประสงค์ให้มีผลผูกพันตำมกฎหมำยเพ่อท�ำให้บุคคลอ่นและโจทก์เข้ำใจว่ำกำรหย่ำเกิดข้น
                                                                ื
              จริงและจงใจปิดบังทรัพย์สินของจ�ำเลยที่ ๑ และจ�ำเลยทั้งสี่ร่วมกันฉ้อฉลด้วยกำรให้จ�ำเลยที่ ๒
              จดทะเบียนยกท่ดินพิพำทดังกล่ำวให้แก่จ�ำเลยท่ ๓ จ�ำนวน ๑๓ แปลง และให้แก่จ�ำเลยท่ ๔
                                                        ี
                                                                                              ี
                            ี
                                                                        ึ
                                                        ี
              จ�ำนวน ๑ แปลง โดยรู้อยู่แล้วว่ำจ�ำเลยท่ ๑ เป็นหน้โจทก์ ท�ำให้โจทก์ซ่งเป็นเจ้ำหน้ตำมค�ำพิพำกษำ
                                               ี
                                                                                  ี
                                                        ี
              ไม่สำมำรถบังคับคดีในสินสมรสส่วนของจ�ำเลยท่ ๑ ได้ ดังน้ แม้ข้ออ้ำงท่โจทก์อำศัยเป็นหลัก
                                                                              ี
                                                                   ี
              แห่งข้อหำและค�ำขอบังคับของโจทก์จะเป็นเร่องกำรฟ้องขอเพิกถอนนิติกรรมอันเป็นกำรฉ้อฉล
                                                     ื
                    ี
                                                                                              ั
              เจ้ำหน้ตำมบทบัญญัติมำตรำ ๒๓๗ แห่งประมวลกฎหมำยแพ่งและพำณิชย์ แต่จ�ำเลยท้งส         ่ ี
                                                                               ี
                                ี
                                                  ี
              ให้กำรต่อสู้ด้วยว่ำ ท่ดินพิพำทโฉนดเลขท่ ๗๔๗ เป็นสินส่วนตัวของจ�ำเลยท่ ๒ โจทก์จึงไม่มีสิทธ ิ
              ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมกำรให้ที่ดินพิพำทแปลงดังกล่ำว ประเด็นส�ำคัญในกำรที่จะพิจำรณำ
                                                                                   ั
              ว่ำเป็นกำรฉ้อฉลหรือไม่จะต้องพิจำรณำด้วยว่ำท่ดินพิพำทโฉนดเลขท่ ๗๔๗ น้นเป็นสินสมรส
                                                                           ี
                                                        ี
              ของจ�ำเลยที่ ๑ กับจ�ำเลยที่ ๒ หรือเป็นสินส่วนตัวของจ�ำเลยที่ ๒ ด้วย ประเด็นแห่งคดีเป็นเรื่อง
              เก่ยวกับทรัพย์สินระหว่ำงสำมีภริยำตำมประมวลกฎหมำยแพ่งและพำณิชย์  บรรพ  ๕
                ี
              มำตรำ ๑๔๗๑ และ ๑๔๗๔ จึงเป็นคดีครอบครัวตำมพระรำชบัญญัติศำลเยำวชนและครอบครัว
              และวิธีพิจำรณำคดีเยำวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๓ มำตรำ ๑๐ (๓)

                       วินิจฉัยว่ำ คดีนี้อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลเยำวชนและครอบครัว






                                                     811
   834   835   836   837   838   839   840   841   842   843   844