Page 937 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 937

ั
                ี
                                                      ี
              เล้ยงดูโจทก์ตำมเจตนำรมณ์ของเจ้ำมรดกท่ได้แสดงและแจ้งไว้แก่ทำยำทท้งทำงวำจำและ
                             ี
              เอกสำรในขณะท่เจ้ำมรดกยังมีชีวิตอยู่ เป็นเงินเดือน เดือนละ ๕๐,๐๐๐ บำท นับแต่นำย จ.
              ถึงแก่ควำมตำยเป็นต้นไป เป็นระยะเวลำ ๑๐ ปี ค�ำนวณถึงวันฟ้องเป็นเงิน ๑,๒๕๐,๐๐๐ บำท
                                                      ั
                        ั
              แต่จ�ำเลยท้งสองปฏิเสธ ขอให้บังคับจ�ำเลยท้งสองในฐำนะผู้จัดกำรมรดกร่วมกันของนำย จ.
              ช�ำระค่ำอุปกำระเล้ยงดูให้แก่โจทก์ ๑,๒๕๐,๐๐๐ บำท พร้อมดอกเบ้ยอัตรำร้อยละ ๗.๕ ต่อปี
                                                                          ี
                              ี
                                                                                          ุ
                                                                                    �
                                                                                 ั
                                                             ั
                                            �
                                                                                        ่
                                        ่
               ั
              นบแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกวำจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กบให้จำเลยทงสองรวมกนชำระคำอปกำระ
                                                                             ่
                                                                       ั
                                                                  �
                                                                       ้
                ี
              เล้ยงดูโจทก์ อัตรำเดือนละ ๕๐,๐๐๐ บำท นับแต่วันถัดจำกวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่ำจะครบก�ำหนด
              ๑๐ ปี นับแต่วันที่เจ้ำมรดกถึงแก่ควำมตำย
                       จ�ำเลยท่ ๒ ให้กำรว่ำ โจทก์เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมำยของนำย จ. เจ้ำมรดก โจทก์
                              ี
              จึงไม่มีอ�ำนำจฟ้องเรียกค่ำอุปกำระเล้ยงดูจำกกองมรดกของบิดำด้วยตนเอง และตำมค�ำฟ้อง
                                               ี
              ของโจทก์ที่ขอให้ศำลมีค�ำสั่งให้จ�ำเลยทั้งสองในฐำนะผู้จัดกำรมรดกร่วมกันของนำย จ.กันส่วนมรดก
                                ี
                                                                              ื
              ไว้เป็นค่ำอุปกำระเล้ยงดูโจทก์ มีลักษณะเป็นกำรฟ้องผู้จัดกำรมรดกเพ่อขอแบ่งทรัพย์มรดก
              จึงไม่อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลเยำวชนและครอบครัว นอกจำกน้หน้ำท่ของบิดำ
                                                                                         ี
                                                                                   ี
                                        ุ
                                   ี
                                           ่
                                      ู
                                                               ื
                                                          ิ
                                                                           ่
                                                                        ึ
                                                        ื
                                               ิ
                                               ้
                                                        ่
                                                  ุ
                           ุ
                                                                                      ั
                                                                                      ้
                                                                                          ั
                                                                                         ิ
              มำรดำในกำรอปกำระเลยงดบตรยอมสนสดลงเมอบดำหรอมำรดำถงแกควำมตำย ทงพนยกรรม
                                   ้
                                                  ื
                                                                     ่
                                                                       ุ
              ไม่มีข้อก�ำหนดให้ผ้จัดกำรมรดกกันเงินหรอทรพย์มรดกไว้เป็นคำอปกำระเลยงดโจทก์ และฟ้อง
                                                      ั
                                                                               ้
                                                                                   ู
                               ู
                                                                               ี
              โจทก์ขำดอำยุควำมแล้ว ขอให้ยกฟ้อง
                       ก่อนวันนัดพร้อม ศำลเยำวชนและครอบครัวกลำงเห็นว่ำ กรณีมีปัญหำว่ำคดีน้อยู่ใน
                                                                                           ี
              อ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลเยำวชนและครอบครัวหรือไม่ จึงส่งส�ำนวนให้ประธำนศำล
              อุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษวินิจฉัย ตำมพระรำชบัญญัติศำลเยำวชนและครอบครัวและวิธีพิจำรณำ
              คดีเยำวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๓ มำตรำ ๑๑
                       วนิจฉยวำ คดีนโจทก์ฟ้องขอให้บงคับจ�ำเลยทงสองในฐำนะผู้จดกำรมรดกร่วมกันของ
                                                              ั
                                                              ้
                                                                            ั
                              ่
                                    ี
                                    ้
                        ิ
                                                   ั
                            ั
              นำย จ. ช�ำระค่ำอุปกำระเลี้ยงดูให้แก่โจทก์ ส่วนจ�ำเลยที่ ๒ ให้กำรต่อสู้ว่ำ โจทก์ไม่มีอ�ำนำจฟ้อง
                                                                                ื
                                                                      ิ
                        ี
                                                        ี
              และหน้ำท่ของบิดำมำรดำในกำรอุปกำระเล้ยงดูบุตรย่อมส้นสุดลงเม่อบิดำหรือมำรดำ
                               ้
                                                                          ั
                                                                                     ั
                                    ั
                                                                             ิ
                               ั
                                  ิ
              ถงแก่ควำมตำย ทงพนยกรรมไม่มข้อกำหนดให้ผ้จดกำรมรดกกนเงนหรอทรพย์มรดกไว้
                                                              ั
                                                                                 ื
                                                            ู
                                              ี
                                                   �
               ึ
                                                                                   ี
                                               ี
                                                              ี
              เป็นค่ำอุปกำระเล้ยงดูโจทก์ จ�ำเลยท่ ๒ จึงไม่มีหน้ำท่ต้องช�ำระค่ำอุปกำระเล้ยงดูให้แก่โจทก์
                              ี
                                                      ี
                                                                                       ี
                             ี
              กรณีจึงมีปัญหำท่ต้องวินิจฉัยถึงสิทธิและหน้ำท่ของบิดำมำรดำและบุตร ซ่งเป็นกรณีท่ต้องบังคับ
                                                                             ึ
              ตำมประมวลกฎหมำยแพ่งและพำณิชย์ บรรพ ๕ มำตรำ ๑๕๖๔ วรรคสอง จึงเป็นคดีครอบครัว
                                                                                               ั
              ตำมพระรำชบญญตศำลเยำวชนและครอบครวและวธพจำรณำคดเยำวชนและครอบครว
                           ั
                                                                ี
                                                               ิ
                                                                           ี
                                                                  ิ
                                                        ั
                                 ิ
                               ั
              พ.ศ. ๒๕๕๓ มำตรำ ๑๐ (๓)
                                                     909
   932   933   934   935   936   937   938   939   940   941   942