Page 940 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 940

ู
                                          ็
                                              ิ
                                       ์
                                ่
                                                                                         ี
                             ้
                           ์
                                                     ้
                       โจทกฟองวำ โจทกเปนภรยำชอบดวยกฎหมำยของนำย จ. ผตำย จดทะเบยนสมรส
                                                                            ้
              เมื่อวันที่ ๓ ธันวำคม ๒๕๓๕ ไม่มีบุตรด้วยกัน เนื่องจำกนำย จ. มีปัญหำสุขภำพ เชื้ออสุจิอ่อน
                               ้
                          ุ
                                                                            �
                         ี
                ่
                                                                   ่
                                              ิ
                                                                   ี
                                                              �
                                                                                         �
                                  ื
                                  ่
                                     ั
                                        ี
                                        ่
                                                                                           ้
                                                                                 ่
                                                                                 ี
                                                                                      ื
                                                                                      ่
              ไมสำมำรถมบตรได เมอวนท ๑๕ สงหำคม ๒๕๖๒ จำเลยท ๑ โดยจำเลยท ๒ ยนคำรองขอ
              ต่อศำลเยำวชนและครอบครัวจังหวัดนนทบุรี เป็นคดีหมำยเลขด�ำท่ ยชพ ๓๔๓/๒๕๖๒ ขอ
                                                                          ี
                                                                                         ั
                                           ุ
              ให้พิพำกษำให้จ�ำเลยท ๑ เป็นบตรชอบด้วยกฎหมำยของนำย จ. โดยโจทก์ย่นคำคดค้ำนว่ำ
                                  ่
                                  ี
                                                                                   ื
                                                                                      �
              จ�ำเลยท่ ๑ มิใช่บุตรของนำย จ. ระหว่ำงกำรพิจำรณำมีกำรตรวจหำสำรพันธุกรรมเพ่อพิสูจน์
                     ี
                                                                                         ื
                                                             ี
              ควำมสัมพันธ์ในกำรเป็นบิดำมำรดำกับบุตรว่ำจ�ำเลยท่ ๑ เป็นบุตรของนำย จ. ผู้ตำย หรือไม่
                                                                  ี
              ปรำกฏว่ำผลกำรตรวจพิสูจน์ลำยพิมพ์ดีเอ็นเอของจ�ำเลยท่ ๑ พบข้อขัดแย้งในกำรเป็นบุตร
                                                  ื
                                                                                          ี
              ของนำย จ. จ�ำเลยท่ ๑ โดยจ�ำเลยท่ ๒ จึงย่นค�ำร้องขอถอนค�ำร้องขอ ศำลอนุญำต คดีถึงท่สุดแล้ว
                                            ี
                               ี
              แต่จ�ำเลยที่ ๑ ยังคงใช้ชื่อสกุล “พ.” และในสูติบัตรของจ�ำเลยที่ ๑ จ�ำเลยที่ ๒ เป็นผู้แจ้งกำรเกิดว่ำ
                                        ี
                                                                                           ั
                                                                  ี
              นำย จ. เป็นบิดำของจ�ำเลยท่ ๑ อันเป็นควำมเท็จ จ�ำเลยท่ ๒ ยังแสดงออกต่อบุคคลท่วไปว่ำ
              จ�ำเลยที่ ๒ เป็นภริยำอีกคนของนำย จ. โดยมีบุตรด้วยกัน ๑ คน คือ จ�ำเลยที่ ๑ ท�ำให้โจทก์
                                                                              ื
              และนำย จ. สำมีโจทก์ได้รับควำมเสียหำย อันเป็นกำรละเมิดต่อสิทธิในช่อเสียงของโจทก์และ
              นำย จ. ขอให้บังคับจ�ำเลยท้งสองร่วมกันหรือแทนกันช�ำระค่ำสินไหมทดแทนแก่โจทก์เป็นเงิน
                                       ั
              ๓๐๐,๐๐๐ บำท พร้อมดอกเบี้ยอัตรำร้อยละ ๑๕ ต่อปี นับแต่วันถัดจำกวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่ำ
              จะช�ำระเสร็จแก่โจทก์ และมีค�ำสั่งให้จ�ำเลยทั้งสองด�ำเนินกำรเปลี่ยนแปลงชื่อบิดำในสูติบัตรของ
              จ�ำเลยที่ ๑ จำกชื่อของนำย จ. เป็นชื่อบิดำที่แท้จริงของจ�ำเลยที่ ๑ และเปลี่ยนชื่อสกุลจำก “พ.”
              เป็นชื่อสกุลของจ�ำเลยที่ ๒ หรือชื่อสกุลอื่นแทน ภำยใน ๑๕ วัน นับแต่วันที่ศำลมีค�ำสั่ง หำกไม่
              ด�ำเนินกำรให้ถือค�ำพิพำกษำของศำลแทนกำรแสดงเจตนำ
                       ระหว่ำงพิจำรณำ ศำลเยำวชนและครอบครัวจังหวัดนครศรีธรรมรำชเห็นว่ำ กรณ       ี
                                                                              ื
                                                                    ี
              มีปัญหำว่ำคดีน้ส่วนท่โจทก์ขอให้จ�ำเลยท้งสองไปแก้ไขเปล่ยนแปลงช่อบิดำในสูติบัตรของ
                            ี
                                  ี
                                                    ั
                                                                                   ื
                                                                            ื
                     ี
                                                                   ี
                                                   ื
              จ�ำเลยท่  ๑ ให้จ�ำเลยท่ ๑ เปล่ยนไปใช้ช่อสกุลของจ�ำเลยท่ ๒ หรือช่อสกุลอ่นแทนและเรียก
                                   ี
                                          ี
              ค่ำเสียหำยอยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลเยำวชนและครอบครัวหรือไม่ จึงส่งส�ำนวน
              ให้ประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษวินิจฉัยตำมพระรำชบัญญัติศำลเยำวชนและครอบครัว
              และวิธีพิจำรณำคดีเยำวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๓ มำตรำ ๑๑
                       วินิจฉัยว่ำ คดีนี้โจทก์ฟ้องว่ำ จ�ำเลยที่ ๑ มิใช่บุตรของนำย จ. สำมีโจทก์ ขอให้ศำลมี
                                                                                   ื
                                                                           ี
                                              ี
                                                  ื
              ค�ำส่งให้จ�ำเลยท้งสองด�ำเนินกำรเปล่ยนช่อบิดำในสูติบัตรของจ�ำเลยท่ ๑ จำกช่อนำย จ. เป็น
                  ั
                            ั
                      ี
               ื
              ช่อบิดำท่แท้จริงของจ�ำเลยท่ ๑ จึงเป็นคดีเก่ยวกับสิทธิ หน้ำท่ และควำมสัมพันธ์ในครอบครัว
                                       ี
                                                                     ี
                                                     ี
                                                     912
   935   936   937   938   939   940   941   942   943   944   945