Page 965 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 965

ื
                                                                          ื
              ๑๖๕,๔๐๐ บำท โจทก์ผ่อนช�ำระค่ำเช่ำซ้อรถยนต์ให้แก่บริษัทผู้ให้เช่ำซ้อไปแล้ว ๒๖๙,๗๑๔ บำท
                             ี
                ื
                                                                       ั
              เม่อรวมกับเงินท่โจทก์โอนเข้ำบัญชีเงินฝำกของจ�ำเลยอีก ๑๐ คร้ง ดังกล่ำวแล้ว จ�ำเลยจะต้อง
                                                          ี
              ช�ำระเงินคืนให้แก่โจทก์ ๔๓๕,๑๑๔ บำท นอกจำกน้จ�ำเลยยังปฏิบัติผิดสัญญำหม้น จ�ำเลยจึงต้อง
                                                                                   ั
              คืนของหมั้นให้แก่โจทก์ ขอให้บังคับจ�ำเลยช�ำระเงิน ๔๓๕,๑๑๔ บำท ให้แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ย
                                                                                               ั
              อัตรำร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันถัดจำกวันฟ้องจนกว่ำจะช�ำระเสร็จ กับให้จ�ำเลยคืนของหม้น
              ให้แก่โจทก์ หำกคืนไม่ได้ให้ใช้รำคำแทน ๖๐,๐๐๐ บำท พร้อมดอกเบี้ยอัตรำร้อยละ ๗.๕ ต่อปี
              นับแต่วันถัดจำกวันฟ้องจนกว่ำจะช�ำระเสร็จ

                       จ�ำเลยให้กำรว่ำ เดิมโจทก์กู้ยืมเงินจำกจ�ำเลย ๒๖๐,๐๐๐ บำท ต่อมำโจทก์น�ำรถยนต์

              ของโจทก์ไปเข้ำไฟแนนซ์เพ่อน�ำเงินมำช�ำระหน้ให้แก่จ�ำเลย ส่วนท่โจทก์โอนเงินเข้ำบัญชีเงินฝำก
                                                       ี
                                      ื
                                                                      ี
              ของจ�ำเลย ๑๐ ครั้ง ระหว่ำงเดือนธันวำคม ๒๕๕๗ ถึงเดือนเมษำยน ๒๕๕๙ ก็เป็นกำรกระท�ำ
                ื
                         ี
                                                                                        ั
                                                                                           ี
              เพ่อช�ำระหน้ดังกล่ำวบำงส่วนและเป็นกำรยกให้แก่จ�ำเลยโดยเสน่หำบำงส่วน ของหม้นท่โจทก์
              ส่งมอบให้แก่จ�ำเลยได้แก่เงิน ๔๐๐,๐๐๐ บำท กับแหวนทองค�ำ ๑ วง ส่วนแหวนเพชร ๒ วง
              กับจี้พลอย ๑ อัน ตำมค�ำฟ้องมิใช่ของหมั้น จ�ำเลยมิได้ปฏิบัติผิดสัญญำหมั้น แต่โจทก์เป็นฝ่ำย
              ขอถอนหม้นและขอของหม้นคืนเพ่อจะน�ำไปช�ำระหน้ จ�ำเลยคืนเงินสดท่เป็นของหม้นให้แก่โจทก์
                                                                                     ั
                       ั
                                                           ี
                                                                           ี
                                            ื
                                     ั
              ไปเต็มจ�ำนวนแล้ว สิทธิเรียกร้องของโจทก์กรณีขอให้บังคับจ�ำเลยคืนของหม้นขำดอำยุควำม
                                                                                  ั
              และค�ำฟ้องของโจทก์เคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้อง
                       ระหว่ำงพิจำรณำ ศำลจังหวัดชลบุรีเห็นว่ำ กรณีมีปัญหำว่ำคดีนี้อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำ
              พิพำกษำของศำลเยำวชนและครอบครัวหรือไม่ จึงส่งส�ำนวนให้ประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญ

              พิเศษวินิจฉัย ตำมพระรำชบัญญัติศำลเยำวชนและครอบครัวและวิธีพิจำรณำคดีเยำวชนและ
              ครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๓ มำตรำ ๑๑

                                                                                           ี
                                                             ี
                                     ี
                       วินิจฉัยว่ำ คดีน้มีประเด็นข้อพิพำทส�ำคัญท่ต้องพิจำรณำว่ำ แหวนเพชรกับจ้พลอย
                                                                        ั
              ตำมค�ำฟ้องเป็นทรัพย์สินท่โจทก์ส่งมอบให้แก่จ�ำเลยเป็นของหม้นหรือไม่ และจ�ำเลยปฏิบัต ิ
                                      ี
                                                                        ี
                  ั
                                                               ่
                                                               ึ
                                                                         ี
                                                                                   ั
              ผดสญญำหมนจงต้องคนของหม้นให้แก่โจทก์หรอไม่ ซงเป็นกรณทจะต้องบงคบตำมประมวล
                                                                                 ั
                                                                         ่
               ิ
                            ึ
                                           ั
                                                         ื
                          ้
                          ั
                                   ื
              กฎหมำยแพ่งและพำณิชย์ บรรพ ๕ มำตรำ ๑๔๓๗ วรรคหนึ่ง และ ๑๔๓๙ ประเด็นข้อพิพำท
                                                                                         ิ
              ส่วนนจงเป็นคดีครอบครวตำมพระรำชบญญตศำลเยำวชนและครอบครวและวิธพจำรณำ
                                                                                        ี
                                                                                ั
                                                    ั
                     ึ
                    ี
                    ้
                                                         ิ
                                     ั
                                                       ั
                                                                       ี
              คดีเยำวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๓ มำตรำ ๑๐ (๓) ส่วนท่โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจ�ำเลย
              ช�ำระเงิน ๔๓๕,๑๑๔ บำท แม้ไม่เป็นคดีครอบครัวเพรำะไม่มีปัญหำต้องวินิจฉัยถึงสถำนะกำรหม้น
                                                                                               ั
                                                        ี
                                                          ี
                                                                        ี
              ระหว่ำงโจทก์กับจ�ำเลย แต่มูลควำมแห่งคดีส่วนน้เก่ยวข้องกับส่วนท่โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจ�ำเลย
                                                     937
   960   961   962   963   964   965   966   967   968   969   970