Page 973 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 973

ี
                                                                   ี
                                                             ื
              ๑,๕๐๐,๐๐๐ บำท พร้อมเฟอร์นิเจอร์ ๒๐๐,๐๐๐ บำท เม่อวันท่ ๑๓ พฤษภำคม ๒๕๖๓ จ�ำเลยท่ ๑
              จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมบ้ำนพิพำทส่วนของจ�ำเลยที่ ๑ ให้แก่จ�ำเลยที่ ๓ โดยเสน่หำ
              ไม่มีค่ำตอบแทนและไม่สุจริต โดยไม่ได้รับควำมยินยอมจำกโจทก์ ต่อมำวันที่ ๑๓ กรกฎำคม ๒๕๖๓
                                                                                     ี
                     ี
                               ี
                                                      ี
              จ�ำเลยท่ ๒ และท่ ๓ จดทะเบียนโอนขำยท่ดินพร้อมบ้ำนพิพำทให้แก่จ�ำเลยท่ ๔ ในรำคำ
                                            ี
              ๓,๕๐๐,๐๐๐ บำท โดยจ�ำเลยท้งส่ทรำบว่ำท่ดินพร้อมบ้ำนพิพำทบำงส่วนเป็นสินสมรสระหว่ำง
                                                     ี
                                          ั
                             ี
                                           ี
                                                                  ิ
              โจทก์กับจ�ำเลยท่ ๑ และจ�ำเลยท่ ๑ เป็นเจ้ำของกรรมสิทธ์รวมในบ้ำนพิพำทบำงส่วน จึงเป็น
              กำรท�ำนิติกรรมโดยไม่สุจริต ขอให้เพิกถอนกำรจดทะเบียนโอนให้ท่ดินพร้อมบ้ำนพิพำทระหว่ำง
                                                                        ี
                                            ี
                                                                                             ี
                              ี
                     ี
              จ�ำเลยท่ ๑ และท่ ๓ ฉบับลงวันท่ ๑๓ พฤษภำคม ๒๕๖๓ และกำรจดทะเบียนโอนขำยท่ดิน
              พร้อมบ้ำนพิพำทระหว่ำงจ�ำเลยที่ ๒ และที่ ๓ กับจ�ำเลยที่ ๔ ฉบับลงวันที่ ๑๓ กรกฎำคม ๒๕๖๓
                                                                                     ั
                                    ี
                                                         ี
                       จ�ำเลยท่ ๑ ถึงท่ ๓ ให้กำรว่ำ เดิมจ�ำเลยท่ ๑ จดทะเบียนสมรสกับนำง ส. ต้งแต่ปี ๒๕๑๖
                              ี
              มีบุตรด้วยกัน ๒ คน คือ จ�ำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ที่ดินพร้อมบ้ำนพิพำทเป็นทรัพย์สินที่จ�ำเลยที่ ๑
              กับนำง ส. ร่วมกันซื้อมำในระหว่ำงที่เป็นสำมีภริยำกัน ต่อมำปี ๒๕๓๓ นำง ส. ถึงแก่ควำมตำย
                                                ิ
                                                                 ี
              ท่ดินพร้อมบ้ำนพิพำทจึงเป็นกรรมสิทธ์รวมระหว่ำงจ�ำเลยท่ ๑ กับนำง ส. บ้ำนพิพำทไม่เคยมีกำร
                ี
              ต่อเติมใหม่ตำมท่โจทก์อ้ำง จ�ำเลยท่ ๑ โอนกรรมสิทธ์ท่ดินพร้อมบ้ำนพิพำทในส่วนของจ�ำเลยท่ ๑
                                                                                              ี
                                            ี
                                                             ี
                            ี
                                                           ิ
                                                               ี
                     �
                                                         �
                                                               ่
                                                                               ิ
                           ี
                                                                             ี
              ให้แก่จำเลยท ๓ โดยไม่มค่ำตอบแทนเพรำะจำเลยท ๓ เป็นบตร ทดนพร้อมบ้ำนพพำท
                                                                             ่
                           ่
                                                                        ุ
                                                                                            ิ
                                      ี
              จึงเป็นกรรมสิทธิ์ของจ�ำเลยที่ ๒ และที่ ๓ กำรจดทะเบียนโอนขำยที่ดินพร้อมบ้ำนพิพำทให้แก่
                     ี
              จ�ำเลยท่ ๔ เป็นกำรท�ำนิติกรรมโดยสุจริตและเสียค่ำตอบแทน โจทก์จึงไม่มีอ�ำนำจฟ้องขอให้
              เพิกถอนนิติกรรมดังกล่ำว ขอให้ยกฟ้อง
                       จ�ำเลยท่ ๔ ให้กำรว่ำ จ�ำเลยท่ ๔ เป็นบุคคลภำยนอกซ้อท่ดินพร้อมบ้ำนพิพำทจำก
                                                  ี
                              ี
                                                                           ี
                                                                        ื
              จ�ำเลยที่ ๒ และที่ ๓ โดยสุจริตและเสียค่ำตอบแทน ขอให้ยกฟ้อง
                       ระหว่ำงพิจำรณำ ศำลเยำวชนและครอบครัวกลำงเห็นว่ำ กรณีมีปัญหำว่ำ คดีนี้อยู่ใน
              อ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลเยำวชนและครอบครัวหรือไม่ จึงส่งส�ำนวนให้ประธำนศำล
              อุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษวินิจฉัย ตำมพระรำชบัญญัติศำลเยำวชนและครอบครัวและวิธีพิจำรณำ
              คดีเยำวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๓ มำตรำ ๑๑
                                     ี
                                                                                 ี
                       วินิจฉัยว่ำ คดีน้โจทก์ซ่งเป็นภริยำชอบด้วยกฎหมำยของจ�ำเลยท่ ๑ ฟ้องเพิกถอน
                                           ึ
                                   ี
              กำรจดทะเบียนโอนให้ท่ดินพร้อมบ้ำนพิพำทระหว่ำงจ�ำเลยท่ ๑ และท่ ๓ และกำรจดทะเบียน
                                                                   ี
                                                                           ี
                       ี
              โอนขำยท่ดินพร้อมบ้ำนพิพำทดังกล่ำวระหว่ำงจ�ำเลยท่ ๒ และท่ ๓ กับจ�ำเลยท่ ๔ อ้ำงว่ำ
                                                                                      ี
                                                               ี
                                                                        ี
              ที่ดินพร้อมบ้ำนพิพำทเป็นสินสมรสระหว่ำงโจทก์กับจ�ำเลยที่ ๑ จ�ำเลยที่ ๑ ท�ำนิติกรรมให้ที่ดิน
                                                     945
   968   969   970   971   972   973   974   975   976   977   978