Page 358 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 358
จำเลยทั้งสองอุทธรณ
ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยวา ศาลแรงงานภาค ๖ ฟงขอเท็จจริง
วา จำเลยที่ ๒ มีวัตถุประสงคประกอบกิจการศูนยบริการและจำหนายรถยนตยี่หอฮอนดา
โจทกเปนลูกจางจำเลยที่ ๒ เริ่มทำงานเมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๒ ตำแหนงชางเครื่องยนต
ตำแหนงสุดทายเปนหัวหนาที่ปรึกษางานบริการ ทำหนาที่เปนที่ปรึกษางานบริการ หัวหนา
พนักงานรับรถ ครูฝกประจำศูนยและพนักงานเคลมคุณภาพอะไหล ไดรับคาจางอัตราสุดทาย
เดือนละ ๑๖,๒๐๐ บาท โจทกถูกเลิกจางเมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ ๒๕๖๓ จึงยื่นคำรองตอจำเลยที่ ๑
ซึ่งเปนพนักงานตรวจแรงงาน เพื่อมีคำสั่งใหจำเลยที่ ๒ จายคาชดเชยแกโจทก แตจำเลยที่ ๑
มีคำสั่งวาโจทกไมมีสิทธิไดรับคาชดเชย เนื่องจากโจทกฝาฝนไมปฏิบัติตามคำสั่งของนายจาง
อันชอบดวยกฎหมายและเปนธรรมกรณีที่รายแรง ตามสำนวนการสอบสวนพรอมคำสั่งที่ ๑๒/๒๕๖๓
ลงวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๖๓ แลววินิจฉัยวา การที่โจทกไมสงพนักงานใหมไปฝกอบรมหรือไมสง
แผนการอบรมใหบริษัทฮอนดา ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปนเพียงกรณีที่โจทกไมตั้งใจ
ปฏิบัติงานหรือไมมีประสิทธิภาพในการทำงานเทานั้น ซึ่งเปนคุณลักษณะสวนตัวของโจทก ไมเปน
การฝาฝนขอบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ระเบียบหรือคำสั่งของจำเลยที่ ๒ ตามกฎระเบียบและ
ขอบังคับเอกสารหมาย ล.๑ กรณีที่รายแรง ทั้งถือไมไดวาเปนการจงใจทำใหจำเลยที่ ๒ ไดรับ
ความเสียหาย หรือเปนการกระทำโดยประมาทเลินเลอเปนเหตุใหจำเลยที่ ๒ ไดรับความเสียหาย
อยางรายแรง ยิ่งกวานั้น การที่จำเลยที่ ๒ มีคำสั่งลดตำแหนงโจทกจากหัวหนาที่ปรึกษางาน
บริการหรือหัวหนาพนักงานรับรถเปนพนักงานรับรถ และลดเงินเดือนโจทกลง ๕๐๐ บาท นั้น
แมจำเลยที่ ๒ มีสิทธิที่จะโยกยายเพื่อปรับปรุงหนวยงานของตนใหเกิดความคลองตัวและ
มีประสิทธิภาพในการบริหารงาน แตการกระทำดังกลาวเปนการเปลี่ยนแปลงขอตกลงเกี่ยวกับ
สภาพการจางที่เปนโทษแกโจทก กลาวคือ เปนการลดตำแหนงจากตำแหนงที่มีอำนาจบังคับบัญชา
ใหคำแนะนำและเปนครูฝกพนักงานรับรถ มาเปนพนักงานรับรถทั่ว ๆ ไป ทั้งลดเงินเดือนซึ่งเปน
รายไดประจำลงอีกดวย เมื่อไมปรากฏวาโจทกใหความยินยอม แมโจทกไมไดโตแยงก็จะถือวา
โจทกใหความยินยอมแลวไมได ดังนี้ จำเลยที่ ๒ ยอมไมมีอำนาจเปลี่ยนแปลงขอตกลงเกี่ยวกับ
สภาพการจางดังกลาวไดตามลำพังฝายเดียว เนื่องจากมิใชการเปลี่ยนแปลงขอตกลงเกี่ยวกับ
สภาพการจางที่เปนคุณแกลูกจาง คำสั่งของจำเลยที่ ๒ ที่ลดตำแหนงและลดเงินเดือนโจทกจึงเปนคำสั่ง
ไมชอบดวยกฎหมายตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๒๐ ไมมีผล
ใชบังคับแกโจทก แมโจทกไมยินยอมปฏิบัติตาม ก็ถือไมไดวาโจทกฝาฝนคำสั่งของจำเลยที่ ๒
อันชอบดวยกฎหมายและเปนธรรมกรณีที่รายแรง จำเลยที่ ๒ เลิกจางโจทกดวยเหตุดังกลาว
๓๔๘

