Page 359 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 359

ถือวาโจทกไมไดกระทำผิด โจทกจึงมีสิทธิไดรับคาชดเชย แตเมื่อโจทกทำงานผิดพลาดบกพรอง

              ไมไดมาตรฐาน ทั้งที่จำเลยที่ ๒ ตักเตือนดวยวาจาหลายครั้ง อีกทั้งผลงานของโจทกไมเปนที่

              นาพอใจ กอใหเกิดความเสียหายแกจำเลยที่ ๒ ยอมเปนเหตุใหจำเลยที่ ๒ ไมไววางใจในการที่จะ
              ใหทำงานรวมกันตอไป จึงเปนการเลิกจางที่มีเหตุอันสมควรและเพียงพอที่จะเลิกจางได ถือไมได

              วาเปนการเลิกจางไมเปนธรรมแตอยางใด โจทกจึงไมมีสิทธิไดรับคาเสียหายจากการเลิกจาง

              ไมเปนธรรม

                       มีปญหาตองวินิจฉัยวา โจทกมีสิทธิไดรับคาชดเชยหรือไม เห็นวา มาตรา ๒๐ แหง
              พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ พ.ศ. ๒๕๑๘ เปนกรณีตอเนื่องจากมาตรา ๑๙ ซึ่งเปนเรื่องของ

              ขอตกลงเกี่ยวกับสภาพการจางอันเกิดจากการยื่นขอเรียกรองโดยใหมีผลผูกพันนายจางกับลูกจาง

              ซึ่งลงลายมือชื่อในขอเรียกรองหรือลูกจางซึ่งมีสวนในการเลือกผูแทนผูเขารวมในการเจรจา

              ขอเรียกรองนั้น โดยเมื่อขอตกลงเกี่ยวกับสภาพการจางอันเกิดจากการยื่นขอเรียกรองมีผลใชบังคับ
              แลว นายจางจะทำสัญญาจางแรงงานกับลูกจางขัดหรือแยงกับขอตกลงเกี่ยวกับสภาพการจาง

              ไมได ขอตกลงเกี่ยวกับสภาพการจางตามที่บัญญัติไวในมาตรา ๒๐ จึงหมายถึงขอตกลงเกี่ยวกับ

              สภาพการจางอันเกิดจากการยื่นขอเรียกรอง ทางพิจารณาไมปรากฏวาโจทกกับจำเลยที่ ๒ มี

              ขอตกลงเกี่ยวกับสภาพการจางอันเกิดจากการยื่นขอเรียกรอง กรณีจึงนำมาตรา ๒๐ มาปรับใช
              กับคดีนี้ไมได ขอตกลงเกี่ยวกับสภาพการจางระหวางโจทกกับจำเลยที่ ๒ คงมีแตกฎระเบียบและ

              ขอบังคับของจำเลยที่ ๒ ซึ่งตามมาตรา ๑๐ วรรคสาม ใหถือวาเปนขอตกลงเกี่ยวกับสภาพการจาง

              จึงมีปญหาตองพิจารณาวาที่จำเลยที่ ๒ ลงโทษโจทกดวยการลดตำแหนงและลดเงินเดือน

              ชอบดวยกฎระเบียบและขอบังคับหรือไม เห็นวา ตามกฎระเบียบและขอบังคับดังกลาว หมวดที่ ๘
              วินัยและโทษทางวินัย จำเลยที่ ๒ กำหนดลักษณะการลงโทษทางวินัยไว ๔ ลักษณะ คือ

              ๑. การตักเตือนดวยวาจา ๒. การตักเตือนเปนหนังสือ ๓. การพักงาน และ ๔. การเลิกจางหรือ

              การใหออกจากงาน การลงโทษดวยการลดตำแหนงและลดเงินเดือนไมใชโทษทางวินัยที่กำหนดไว

              จำเลยที่ ๒ จึงลงโทษโจทกดวยการลดตำแหนงและลดเงินเดือนไมได คำสั่งของจำเลยที่ ๒ ไมมีผล
              ใชบังคับแกโจทก แมโจทกไมปฏิบัติตามก็ยังถือไมไดวาโจทกฝาฝนคำสั่งของจำเลยที่ ๒

              อันชอบดวยกฎหมายและเปนธรรมกรณีที่รายแรง เมื่อจำเลยที่ ๒ เลิกจางโจทกดวยเหตุดังกลาว

              จึงตองจายคาชดเชย ที่ศาลแรงงานภาค ๖ พิพากษามานั้น ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษเห็นพองดวย

              ในผล อุทธรณของจำเลยทั้งสองฟงไมขึ้น







                                                     ๓๔๙
   354   355   356   357   358   359   360   361   362   363   364