Page 383 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 383

คดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มิไดบัญญัติถึงวิธีการหรือหลักเกณฑในการขอแกไขเพิ่มเติมคำฟองไว

              จึงตองนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๑๘๐ มาใชบังคับโดยอนุโลมตาม
              พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๑ ซึ่งประมวล

              กฎหมายวิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๑๘๐ บัญญัติวา “การแกไขคำฟองหรือคำใหการที่คูความ

              เสนอตอศาลไวแลว ใหทำเปนคำรองยื่นตอศาลกอนวันชี้สองสถาน หรือกอนวันนัดสืบพยาน

              ไมนอยกวาเจ็ดวัน ในกรณีที่ไมมีการชี้สองสถาน เวนแตมีเหตุอันสมควรที่ไมอาจยื่นคำรองไดกอนนั้น

              หรือเปนการขอแกไขในเรื่องที่เกี่ยวกับความสงบเรียบรอยของประชาชน หรือเปนการแกไข
              ขอผิดพลาดเล็กนอยหรือขอผิดหลงเล็กนอย” ในคดีแรงงานถือไดวาไมมีการชี้สองสถานเพราะ

              การกำหนดประเด็นขอพิพาทและกำหนดวันสืบพยานเปนการดำเนินกระบวนพิจารณาไปตาม

              พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๙ ซึ่งบัญญัติ
              ไวโดยเฉพาะ ฉะนั้น โจทกจะตองยื่นคำรองขอแกไขคำฟองกอนวันสืบพยานไมนอยกวา ๗ วัน

              เวนแตมีเหตุยกเวนตามบทบัญญัติขางตน ดังนั้นเมื่อคดีนี้มีการสืบพยานจำเลยและจำเลยรวม

              จนแลวเสร็จ โจทกเพิ่งยื่นคำรองขอแกไขเพิ่มเติมคำฟองในเรื่องดังกลาว จึงลวงเลยระยะเวลาที่

              โจทกจะยื่นคำรองขอแกไขเพิ่มเติมคำฟอง ประกอบกับคดีไดความวาโจทกเปนผูฟองคดีนี้ตอ

              ศาลแรงงานกลางเอง ทั้งโจทกเคยรับขอเท็จจริงวาจำเลยรวมเปนลูกจางโจทกตามรายงานกระบวน
              พิจารณาฉบับลงวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๘ และทนายความโจทกแถลงวาโจทกเลิกจางจำเลยรวม

              เพราะขัดคำสั่งนายจางโดยชอบและเคยมีหนังสือตักเตือนจำเลยรวมแลวตามรายงานกระบวน

              พิจารณาฉบับลงวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๙ เทากับโจทกไดยอมรับอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี
              ของศาลแรงงานกลางแลว จึงไมถือวามีเหตุอันสมควรที่ไมอาจยื่นคำรองไดกอนนั้น หรือเปน

              การขอแกไขในเรื่องที่เกี่ยวกับความสงบเรียบรอยของประชาชน หรือเปนการแกไขขอผิดพลาด

              เล็กนอยหรือขอผิดหลงเล็กนอยแตอยางใด และกรณีไมมีปญหาวาคดีจะอยูในอำนาจของ

              ศาลแรงงานหรือไมตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒

              มาตรา ๙ วรรคสอง ที่ศาลแรงงานกลางยกคำรองขอแกไขเพิ่มเติมคำฟองมานั้น ศาลอุทธรณ
              คดีชำนัญพิเศษเห็นพองดวยในผล อุทธรณของโจทกฟงไมขึ้น

                       สวนที่โจทกอุทธรณวา สัญญาระหวางโจทกกับจำเลยรวมเปนสัญญาจางทำของและ

              สัญญารับขนไมใชสัญญาจางแรงงานนั้น เห็นวา เมื่อวินิจฉัยขางตนวาที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่ง
              ไมอนุญาตใหโจทกแกไขเพิ่มเติมคำฟองชอบดวยกฎหมายแลว ประกอบกับโจทกเปนผูฟองคดีนี้

              ตอศาลแรงงานกลางและยอมรับขอเท็จจริงวาจำเลยรวมเปนลูกจางโจทก จึงไมมีปญหาตอง

              วินิจฉัยตามอุทธรณของโจทกดังกลาววาสัญญาระหวางโจทกและจำเลยรวมเปนสัญญาจางแรงงาน


                                                     ๓๗๓
   378   379   380   381   382   383   384   385   386   387   388