Page 24 - physics5
P. 24

8  บทที่ 15 | แม่เหล็กและไฟฟ้า  ฟิสิกส์ เล่ม 5  ฟิสิกส์ เล่ม 5  บทที่ 15 | แม่เหล็กและไฟฟ้า   9




                                                                ำ
                                                                   ั
                                                  ำ
                      ำ
                                                                        ื
              ลวดตัวนาสองเส้นวางขนานกัน จะมีแรงกระทาระหว่างลวดตัวนาท้งสองเม่อมีกระแสไฟฟ้าผ่าน โดย
                                       ั
          ดึงดูดกันถ้ากระแสไฟฟ้าในลวดตัวนาท้งสองมีทิศทางเดียวกัน แต่ผลักกัน ถ้ากระแสไฟฟ้าในลวดตัวนาท้งสอง
                                     ำ
                                                                                     ำ
                                                                                        ั
          มีทิศทางตรงข้ามกัน
              เมื่อนำาขดลวดตัวนำาจำานวน N รอบ ซึ่งมีพื้นที่หน้าตัด A วางในสนามแม่เหล็ก และมีกระแสไฟฟ้า
          I ผ่าน โดยระนาบของขดลวดทำามุม θ กับสนามแม่เหล็ก B จะเกิดโมเมนต์ของแรงคู่ควบกระทำาต่อขดลวด
          มีขนาดเป็น M  =  NIABcosθ
              แกลแวนอมิเตอร์เป็นเครื่องวัดทางไฟฟ้า ประกอบด้วยขดลวดสี่เหลี่ยมที่ติดเข็มชี้และหมุนได้คล่อง
          อย่ในสนามแม่เหล็ก เม่อมีกระแสไฟฟ้าผ่าน ขดลวดจะหมุนพร้อมกับเข็มช้เบนไป  และมอเตอร์ไฟฟ้า
            ู
                             ื
                                                                      ี
                                                                                   ู
                                 ี
                         ื
                                                                                           ึ
          กระแสตรงเป็นเคร่องมือเปล่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกล ประกอบด้วยขดลวดพันอย่กับแกนซ่ง
                                         ื
          หมุนได้คล่อง และอย่ในสนามแม่เหล็กเม่อมีกระแสไฟฟ้าผ่าน ขดลวดจะหมุนต่อเน่องรอบแกน การทางาน
                                                                                        ำ
                                                                          ื
                          ู
                                                       ู
          แกลแวนอมิเตอร์และมอเตอร์ไฟฟ้าใช้หลักโมเมนต์แรงค่ควบของขดลวดท่อย่ในสนามแม่เหล็ก  และม  ี
                                                                        ู
                                                                      ี
          กระแสไฟฟ้าผ่าน                                                                ∆ φ
                                                                                      −
                                                                                           B
              เมื่อมีฟลักซ์แม่เหล็กเปลี่ยนแปลง Δφ  ตัดขดลวดตัวนำา จะเกิดอีเอ็มเอฟเหนี่ยวนำา   ε ในขดลวด
                                                                                          t ∆
                                             B
                                 ี
          ตัวนาน้น  เท่ากับอัตราการเปล่ยนแปลงของฟลักซ์แม่เหล็กท่ผ่านขดลวดตัวนาน้น เม่อเทียบกับเวลา อธิบาย
                                                                          ื
             ำ
               ั
                                                                       ั
                                                        ี
                                                                    ำ
                                                                   ∆ φ
          ได้โดยกฎการเหน่ยวนาของฟาราเดย  เขียนแทนด้วยสมการ   ε   −    B    เคร่องหมายลบหมายถึง
                                                                           ื
                                        ์
                        ี
                            ำ
                                                                     t ∆
                                                     ี
                                     ำ
                                                                      ำ
                        ำ
                     ี
                                                                   ี
                                                        ำ
          อีเอ็มเอฟเหน่ยวนาในขดลวดจะทาให้เกิดกระแสเหน่ยวนาในทิศทางท่จะทาให้เกิดสนามแม่เหล็กใหม  ่
          ขึ้นมาต้านการเปลี่ยนแปลงของฟลักซ์แม่เหล็กที่มาเหนี่ยวนำาและตัดผ่านขดลวดนั้นตามกฎของเลนส์
                                          ี
                  ื
                     ำ
                                                                                         ู
              เคร่องกาเนิดไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์เปล่ยนพลังงานกลเป็นพลังงานไฟฟ้าประกอบด้วย ขดลวดพันอย่บน
               ี
                                                      ั
                                                               ู
          แกนท่หมุนได้คล่องอย่ในสนามแม่เหล็ก ปลายขดลวดท้งสองต่ออย่กับวงแหวนซ่งสัมผัสกับแปรงสัมผัส
                                                                          ึ
                           ู
           ื
                                                           ี
          เม่อหมุนขดลวด จะทาให้ฟลักซ์แม่เหล็กท่ผ่านขดลวดมีการเปล่ยนแปลง เกิดอีเอ็มเอฟเหน่ยวนาในขดลวด
                                                                               ี
                                                                                   ำ
                                          ี
                          ำ
                              ี
                                 ำ
                                                                          ำ
                                                                      ื
          และเกิดกระแสไฟฟ้าเหน่ยวนาเม่อต่อแปรงกับอุปกรณ์ภายนอก  จะเป็นเคร่องกาเนิดไฟฟ้ากระแสตรง
                                    ื
          เมื่อใช้วงแหวนผ่าซีก และเป็นเครื่องกำาเนิดไฟฟ้ากระแสสลับเมื่อใช้วงแหวนแยก
                                                                                    ∆ φ   ∆ φ
                                                                                       B
                                                                                        −
                                      ี                             ์             −ε sin(ωt)   B
                                                                                      t ∆   t ∆
              อีเอ็มเอฟไฟฟ้ากระแสสลับเปล่ยนค่าตามเวลาในรูปของฟังก์ชันแบบไซน ตามสมการ   ε(t)  =    0
            ื
                                                                         ี
          เม่อต่ออีเอ็มเอฟกับตัวต้านทาน  กระแสไฟฟ้าของไฟฟ้ากระแสสลับ  i  ท่ผ่านตัวต้านทานและ
          ความต่างศักย์ v ระหว่างปลายตัวต้านทานที่เวลา t ใด ๆ เป็นไปตามสมการ
                          i  =  I sin(ωt)   และ  v  =  V sin(ωt)
                                     0
                                                         0
                                 ้
                                                                               ้
                       ่
              การระบคากระแสไฟฟาหรอความตางศกยของไฟฟากระแสสลบเปนคาคงตว ใชการเทยบคากบ
                                                                                        ่
                      ุ
                                                                                          ั
                                                                                    ี
                                                                           ั
                                               ั
                                            ่
                                                                       ่
                                                 ์
                                                                 ั
                                                                    ็
                                                        ้
                                     ื
                           ำ
                        ี
                                                      ึ
                                                                                ์
                                    ี
          ไฟฟ้ากระแสตรงท่ให้กาลังไฟฟ้าท่เท่ากันแก่ตัวต้านทาน ซ่งเรียกว่า ค่ายังผล หรือ ค่ามิเตอร ค่าดังกล่าวเป็น
          ค่าเฉลี่ยแบบรากที่สองของกำาลังสองเฉลี่ย หรือค่าอาร์เอ็มเอส โดย
                                          I               V
                            I              0    และ  V     0
                                    rms
                                           2        rms    2
                                                          สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
   19   20   21   22   23   24   25   26   27   28   29